ข่าว
ภัทรพงศ์ สั่ง วิทยุการบินฯ คุมเข้มบริหารเหตุฉุกเฉิน ย้ำเตือนประชาชนระวัง “คำต้องห้าม” ในสนามบิน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามมาตรการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือ Aerothai (บวท.) หลังเกิดเหตุผู้โดยสารกล่าวอ้างถึงวัตถุอันตรายบนเที่ยวบินเส้นทางกระบี่–สุวรรณภูมิ พร้อมกำชับหน่วยงานด้านการบินเร่งรณรงค์สร้างความเข้าใจเรื่อง “คำต้องห้าม” และพฤติกรรมที่สร้างความตื่นตระหนกในสนามบินและบนเครื่องบิน ซึ่งมีโทษหนักตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางทางอากาศ
จากกรณีเหตุการณ์ผู้โดยสารกล่าวอ้างว่ามีวัตถุอันตรายต้องห้ามในสัมภาระบนเครื่องบินของ สายการบินไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia) เที่ยวบินที่ FD 4401 เส้นทางกระบี่–สุวรรณภูมิ จนเป็นเหตุให้เครื่องบินต้องกลับเข้าหลุมจอดเพื่อตรวจสอบตามขั้นตอนความปลอดภัย นายภัทรพงศ์ได้มอบหมายให้ วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอำนวยความสะดวกด้านการ ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control) ตามภารกิจอย่างเต็มที่ โดยได้รับรายงานว่าสามารถบริหารจัดการเที่ยวบินตามมาตรการฉุกเฉินได้โดยไม่กระทบต่อภาพรวมการให้บริการ
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า “ได้มอบหมายให้วิทยุการบินฯ เตรียมพร้อมรองรับทุกสถานการณ์ ทั้งในช่วงที่เที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้นและสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารและอากาศยาน พร้อมย้ำให้หน่วยงานการบินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงคำต้องห้ามในท่าอากาศยานและบนเครื่องบิน ซึ่งการกล่าวอ้างหรือกระทำการใดที่สร้างความตื่นตระหนกไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือหยอกล้อ ล้วนมีความผิดตามกฎหมาย และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด”
ทางด้าน นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (Aeronautical Radio of Thailand) เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานได้ปฏิบัติตามแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เตรียมไว้ โดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การสนับสนุนข้อมูลแบบทันท่วงที การดำเนินงานมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่สายการบินควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยตามนโยบายของ กระทรวงคมนาคม (Ministry of Transport) เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศน้อยที่สุด
นอกจากการบริหารเหตุฉุกเฉินแล้ว รัฐบาล ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำว่าการเดินทางทางอากาศยังคงเป็นรูปแบบการเดินทางที่ปลอดภัยและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการบิน ของประเทศไทย ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่สร้างความปั่นป่วนในสนามบินจึงเป็นมาตรการที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อรักษามาตรฐานสากล
