ข่าว
อย. ยืนยันยาช่วยชีวิตและยาสมาธิสั้นมีสำรองพ้นวิกฤตขนส่งโลก มั่นใจสต็อกเพียงพอใช้ 3-6 เดือน
สำนักงานข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. (FDA Thailand) ยืนยันความมั่นคงทางยาของประเทศไทย โดยระบุว่าปริมาณสำรอง วัตถุเสพติดทางการแพทย์ ทั้งในกลุ่ม ยาช่วยชีวิต และ ยารักษาโรคสมาธิสั้น ยังคงมีเพียงพอต่อความต้องการใช้งานภายในประเทศ แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการขนส่งระหว่างประเทศ โดยมีการบริหารจัดการสต็อกอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการขาดแคลนและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเข้าถึงยาจำเป็นอย่างต่อเนื่อง
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กระทบต่อระบบโลจิสติกส์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ปริมาณสำรองยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับการจัดหา วัตถุเสพติดทางการแพทย์ โดยได้ดำเนินการเร่งรัดการส่งมอบยาตามสัญญาจัดซื้อจากต่างประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงประสานงานกับผู้ผลิตภายในประเทศเพื่อเพิ่มการสำรองวัตถุดิบ โดยเฉพาะกลุ่มยาที่สำคัญ เช่น ยานำสลบ ยาแก้ปวด และกลุ่มยารักษา โรคสมาธิสั้น (ADHD)
ปัจจุบันข้อมูลจากการตรวจสอบพบว่า วัตถุเสพติดทางการแพทย์ ในกลุ่มยาจำเป็นเพื่อช่วยชีวิต มีปริมาณสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศไม่น้อยกว่า 3 ถึง 6 เดือน เช่นเดียวกับกลุ่ม ยารักษาโรคสมาธิสั้น ที่มีปริมาณสำรองอยู่ในระดับเดียวกัน สำหรับยาบางรายการที่อาจเกิดการขาดคราวชั่วคราวจากปัจจัยด้านการผลิต หรือไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มยาจำเป็นเร่งด่วน ทาง อย. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและคาดว่าจะสามารถจัดส่งยาได้ตามปกติภายในระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือน พร้อมทั้งเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงอื่นที่อาจกระทบต่อ ความมั่นคงทางยา ในภาพรวมของประเทศ
เลขาธิการฯ อย. กล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานว่า “อย. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุเสพติดทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการจัดหา การสำรอง และการกระจายยา เพื่อให้สถานพยาบาลและผู้ป่วยเข้าถึงยาจำเป็นในการรักษาโรคได้อย่างต่อเนื่องและสร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศในทุกสถานการณ์” การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเชิงรุกเพื่อให้มั่นใจว่าระบบสาธารณสุขไทยจะไม่ประสบปัญหาภาวะขาดแคลนยาสำคัญในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน
