ข่าว
ผลสำรวจชี้ ผู้หญิงญี่ปุ่น 90% ไม่ชอบ สินค้ากล่องสุ่ม และ กาชาปอง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ผู้หญิงชาวญี่ปุ่นเกือบ 90% รู้สึกไม่พอใจกับระบบการซื้อสินค้าแบบสุ่ม หรือ สินค้ากล่องสุ่ม (Blind Box) และ กาชาปอง (Gacha) โดยระบุว่าความตื่นเต้นจากการลุ้นไม่คุ้มค่ากับความผิดหวังเมื่อไม่ได้ของที่ต้องการ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริงและปัญหาการกว้านซื้อเพื่อเก็งกำไรจากกลุ่มพ่อค้าคนกลาง
บริษัทที่ปรึกษา Hamaru Strategy ในกรุงโตเกียว ได้เผยแพร่รายงานผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับ สินค้าแบบสุ่ม (Random Goods) โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 35,866 คน พบว่าร้อยละ 85.7 เป็นกลุ่มผู้หญิง และร้อยละ 84.6 อยู่ในวัยทำงาน
ผลลัพธ์ที่น่าสนใจ คือ
- ผู้ตอบแบบสอบถามถึงร้อยละ 89.9 ระบุว่าตนเองไม่ชอบหรือเกลียดระบบการสุ่มซื้อสินค้าอย่างมาก
- ขณะที่มีเพียงร้อยละ 2.9 เท่านั้นที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อระบบนี้ แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าร้อยละ 52.7 จะระบุว่าเคยซื้อสินค้าในรูปแบบนี้มาแล้วมากกว่า 40 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความไม่พอใจดังกล่าวเกิดจากประสบการณ์ตรงในการสะสมสินค้า
เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคปฏิเสธกล่องสุ่ม
เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้บริโภคปฏิเสธระบบการสุ่ม คือ “ความเสี่ยงที่จะไม่ได้สินค้าที่ต้องการ” ซึ่งสูงถึงร้อยละ 98.5 ตามมาด้วยปัญหาเรื่อง “ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าราคาขายปกติ” (ร้อยละ 91.6) และความไม่พอใจต่อกลุ่มพ่อค้าที่นำสินค้ามาปั่นราคา (ร้อยละ 85.4)
นอกจากนี้ยังมีประเด็นด้านความรู้สึก โดยร้อยละ 80.9 ระบุว่าพวกเขารู้สึกไม่ดีหากได้รับสินค้าที่ไม่ต้องการ เพราะตระหนักว่ายังมีแฟนคลับคนอื่นที่อยากได้สินค้านั้นจริง ๆ แต่กลับสุ่มไม่ได้
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มมองหาทางเลือกอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงระบบสุ่ม โดยร้อยละ 89.7 ยินดีที่จะจ่ายเงินในราคาสูงขึ้นเพื่อให้ได้เลือกสินค้าที่ต้องการโดยตรง และร้อยละ 55 ต้องการให้มีการจำหน่ายสินค้าแบบยกชุด (Complete Set) เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ผู้ผลิตจัดทำแพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างเป็นทางการ เพื่อลดผลกระทบจากการได้รับของที่ไม่ต้องการ

ประเด็นที่น่ากังวลสำหรับเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ผลิตสินค้าคือ ระบบการสุ่มกำลังส่งผลเสียต่อความจงรักดีภักดีต่อแบรนด์ โดยร้อยละ 85.2 ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่า “การสุ่มสินค้าทำให้ความกระตือรือร้นที่มีต่ออนิเมะหรือซีรีส์นั้น ๆ ลดลง” ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องพิจารณาว่ารายได้จากการสุ่มซื้อซ้ำ คุ้มค่ากับการเสียฐานแฟนคลับในระยะยาวหรือไม่ แม้ว่าผลสำรวจนี้จะไม่ได้รวมถึงกลุ่มการ์ดเกมและระบบ Loot Box ในวิดีโอเกม แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภควัยทำงานในญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากกว่าการลุ้นโชค
