Connect with us

ข่าว

ปะทะเดือดชายแดนเขาพระวิหาร-กัมพูชา เสียงปืนใหญ่สนั่นแต่เช้า ชาวบ้านศรีสะเกษเร่งอพยพหนีวิถีกระสุน

Published

on

เกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่เขาพระวิหาร ศรีสะเกษ เสียงปืนใหญ่ดังต่อเนื่อง ชาวบ้านหนีตายเข้าบังเกอร์ วอนจบปัญหาเพื่อทำกิน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันนี้ โดยมีเสียงปืนใหญ่ดังต่อเนื่อง สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย จนต้องเร่งอพยพหนีวิถีกระสุนอย่างเร่งด่วน ขณะที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเร่งนำชาวบ้านที่ตกค้างเข้าหลุมหลบภัยเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ของวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ทันทีที่เสียง ปืนใหญ่ นัดแรกดังขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปะทะระหว่างกองกำลังฝ่ายไทยและกัมพูชา เสียงปืนที่ดังต่อเนื่องไม่ขาดช่วงส่งผลให้ชาวบ้านที่ยังคงอาศัยอยู่ใน พื้นที่สีแดง หรือพื้นที่เสี่ยงภัยสูง ต้องรีบนำยานพาหนะขับออกจากหมู่บ้านเพื่อหลบหนีให้พ้นจากเส้นทางของวิถีกระสุนที่อาจตกใส่บ้านเรือน

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่สงบ เจ้าหน้าที่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ได้ออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเร่งด่วน โดยขับรถตะโกนแจ้งเตือนให้ประชาชนที่ยังตกค้างรีบลงสู่หลุมหลบภัย (Bunker) ทันที ขณะเดียวกันชาวบ้านบางส่วนต้องอาศัยญาติมิตรเข้ามารับออกจากพื้นที่ ส่วนบางครอบครัวที่ไม่สามารถออกมาได้ทันยังคงต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในจุดที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจปักหลักเฝ้าทรัพย์สินและบ้านเรือน แต่ยอมรับว่าหากการปะทะยืดเยื้อและรุนแรงขึ้นก็จำเป็นต้องอพยพตามครอบครัวออกไป

จากการสอบถาม นายธร ประชัน อายุ 73 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งกำลังหลบภัยอยู่ในบังเกอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เปิดเผยว่า ไม่กล้าออกจากที่กำบังเนื่องจากเสียง กระสุนปืนใหญ่ ดังต่อเนื่องตลอดช่วงเช้า ซึ่งเดิมทีตั้งใจจะอพยพตั้งแต่คืนก่อนหน้าแต่ตัดสินใจรอดูสถานการณ์จนกระทั่งเกิดเหตุปะทะขึ้นเสียก่อน พร้อมระบุว่า “อยากให้รอบนี้จบลงอย่างเด็ดขาด ไม่ต้องค้างคา ชาวบ้านจะได้กลับมากรีดยางและทำมาหากินกันได้สักที”

Advertisement

จนถึงขณะรายงานข่าว การปะทะระหว่างกองกำลังทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินอยู่ โดยเสียงปืนยังดังขึ้นเป็นระยะและมีความถี่เพิ่มขึ้นในบางช่วง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนต้องตื่นตัวและเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นคอยประสานงานและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความหวังของชาวบ้านที่ต้องการให้สถานการณ์กลับสู่ความสงบโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้

  • ข่าวโดย จิรภัทร หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดศรีสะเกษ