Connect with us

การศึกษา

อัครนันท์ รมช.ศึกษาธิการ ศึกษาโมเดล Traffy Fondue เล็งบูรณาการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ รับแจ้งเหตุปลอดภัยในโรงเรียนตรงถึงรัฐมนตรี

Published

on

รมช.ศธ. อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ศึกษาดูงานระบบ Traffy Fondue เตรียมบูรณาการศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ รับแจ้งเหตุความปลอดภัยในโรงเรียนผ่าน LINE ส่งตรงถึงรัฐมนตรี

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ รมช.ศธ. เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาด้วยการเข้าศึกษาดูงานระบบ Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์) ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมนำมาบูรณาการร่วมกับ ศูนย์พิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพ ของ กระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education) หวังสร้างช่องทางรับแจ้งปัญหาผ่านระบบดิจิทัลที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนทางราชการ และสามารถส่งข้อมูลถึงมือผู้บริหารได้โดยตรงแบบ Real-time เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่นักเรียนและครูทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ได้รับฟังการบรรยายการดำเนินงานของแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่งเป็นระบบแจ้งปัญหาเมืองผ่าน LINE Chatbot ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการเมืองของ กทม. โดยทางกระทรวงศึกษาธิการเล็งเห็นว่ารูปแบบดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อดูแลสวัสดิภาพของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าเมื่อเกิดเหตุละเมิดสิทธิหรือปัญหาความไม่ปลอดภัย กระบวนการแก้ไขในระบบราชการมักมีความล่าช้าและมีขั้นตอนซับซ้อน

นายอัครนันท์ ระบุว่าตนได้รับมอบหมายให้ดูแลการจัดตั้ง ศูนย์พิทักษ์สิทธิ และเสรีภาพ จึงตั้งใจมาศึกษาระบบปฏิบัติการจริงของ กทม. ที่ได้รับการยอมรับว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุด โดยกล่าวว่า “วันนี้ผมในฐานะหน่วยหน้า ตั้งใจมาศึกษาดูงานและลงลึกถึงระบบปฏิบัติการจริง ต้องขอขอบคุณทาง กทม. ที่เปิดโอกาสให้เราเข้ามาศึกษา และหวังให้ช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ลดอุปสรรคเดิมๆ ในระบบราชการ”

สำหรับการนำระบบมาใช้นั้น จะเน้นการใช้งานที่ง่ายผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อให้นักเรียนหรือครูสามารถรายงานปัญหาได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอาคารเรียนชำรุด หรือเหตุร้องทุกข์อื่นๆ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งถึงผู้รับผิดชอบและรัฐมนตรีโดยตรง โดย รมช.ศธ. เน้นย้ำว่า “การมีแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายจะช่วยให้การแก้ไขปัญหารวดเร็ว โปร่งใส และไม่เพิ่มภาระให้ครู เพราะเป็นการสื่อสารผ่านระบบที่ลดขั้นตอนแบบเดิมๆ นำไปสู่การแก้ไขที่เห็นผลเป็นรูปธรรม”

Advertisement

ในระยะต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้าร่วมหารือและขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ให้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังที่จะพลิกโฉมการทำงานด้านสิทธิและสวัสดิภาพบุคลากรทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Continue Reading
Advertisement