ข่าว
เช็กเกณฑ์ ขอวีซ่าสหรัฐฯ ต้อง เปิดโซเชียลมีเดียเป็น “สาธารณะ (Public)” เพราะเรื่อง “ความมั่นคง”
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (U.S. Embassy Bangkok) แจ้งข้อกำหนดสำคัญถึงผู้ที่ประสงค์จะขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ในบางประเภท โดยระบุให้ผู้สมัครต้องปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชี โซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหมดให้เป็นแบบ สาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นในการยืนยันตัวตนและคุณสมบัติสำหรับการเดินทางเข้าประเทศตามกฎหมาย หากผู้สมัครรายใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อาจส่งผลให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าเกิดความล่าช้า
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้สมัครวีซ่าหลายกลุ่ม ได้แก่ วีซ่าประเภท A-3 สำหรับลูกจ้างส่วนตัวของเจ้าหน้าที่การทูต, วีซ่า C-3 สำหรับลูกจ้างทำงานในบ้านของเจ้าหน้าที่รัฐบาล, วีซ่า G-5 สำหรับลูกจ้างของเจ้าหน้าที่ในองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงกลุ่มวีซ่าทำงานและผู้ติดตามอย่าง H1-B, H-3, H-4 นอกจากนี้ยังรวมถึงวีซ่านักเรียน F และ M, วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน J, วีซ่าคู่หมั้น K-1, K-2, K-3, วีซ่าโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม Q, วีซ่าทางศาสนา R-1, R-2 ตลอดจนวีซ่าประเภท S, T และ U
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) ได้ระบุข้อมูลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ว่าทางหน่วยงานมีการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดในกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบวีซ่า เพื่อระบุตัวตนของผู้สมัครที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่สหรัฐฯ รวมถึงผู้ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือความปลอดภัยสาธารณะ โดยย้ำว่าการพิจารณาวีซ่าทุกครั้งถือเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติอย่างมีนัยสำคัญ
ทางหน่วยงานยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังระหว่างกระบวนการออกวีซ่าเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ยื่นคำร้องขอเข้าสู่สหรัฐอเมริกาไม่มีเจตนาที่จะทำอันตรายต่อชาวอเมริกันและผลประโยชน์ของชาติ โดยระบุว่า “ผู้สมัครทุกคนต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพื่อพิสูจน์คุณสมบัติสำหรับวีซ่าที่ร้องขอ รวมถึงต้องตั้งใจที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมที่สอดคล้องกับเงื่อนไขในการอนุญาตให้เข้าเมือง ทั้งนี้ วีซ่าสหรัฐฯ ถือเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะได้รับ”
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของวีซ่าที่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์นี้ ได้แก่ H1-B ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอาชีพพิเศษที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านและมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และ H-3 สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ารับการฝึกอบรมที่ไม่มีในประเทศบ้านเกิด หรือเข้าร่วมโปรแกรมแลกเปลี่ยนการศึกษาพิเศษ รวมถึงผู้ติดตามในกลุ่ม H-4 ซึ่งเป็นคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือวีซ่ากลุ่มดังกล่าวด้วย
