Connect with us

ข่าว

เช็กเกณฑ์ ขอวีซ่าสหรัฐฯ ต้อง เปิดโซเชียลมีเดียเป็น “สาธารณะ (Public)” เพราะเรื่อง “ความมั่นคง”

Published

on

The U.S. Embassy in Bangkok warns American citizens about intensified fighting, including rocket and artillery fire, along the Thailand-Cambodia border, urging adherence to Thai evacuation orders and local authority guidance amidst reported casualties.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (U.S. Embassy Bangkok) แจ้งข้อกำหนดสำคัญถึงผู้ที่ประสงค์จะขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ในบางประเภท โดยระบุให้ผู้สมัครต้องปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของบัญชี โซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้งหมดให้เป็นแบบ สาธารณะ (Public) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นในการยืนยันตัวตนและคุณสมบัติสำหรับการเดินทางเข้าประเทศตามกฎหมาย หากผู้สมัครรายใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อาจส่งผลให้กระบวนการพิจารณาวีซ่าเกิดความล่าช้า

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้สมัครวีซ่าหลายกลุ่ม ได้แก่ วีซ่าประเภท A-3 สำหรับลูกจ้างส่วนตัวของเจ้าหน้าที่การทูต, วีซ่า C-3 สำหรับลูกจ้างทำงานในบ้านของเจ้าหน้าที่รัฐบาล, วีซ่า G-5 สำหรับลูกจ้างของเจ้าหน้าที่ในองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงกลุ่มวีซ่าทำงานและผู้ติดตามอย่าง H1-B, H-3, H-4 นอกจากนี้ยังรวมถึงวีซ่านักเรียน F และ M, วีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน J, วีซ่าคู่หมั้น K-1, K-2, K-3, วีซ่าโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม Q, วีซ่าทางศาสนา R-1, R-2 ตลอดจนวีซ่าประเภท S, T และ U

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (U.S. Department of State) ได้ระบุข้อมูลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2026 ว่าทางหน่วยงานมีการใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดในกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบวีซ่า เพื่อระบุตัวตนของผู้สมัครที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่สหรัฐฯ รวมถึงผู้ที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติหรือความปลอดภัยสาธารณะ โดยย้ำว่าการพิจารณาวีซ่าทุกครั้งถือเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติอย่างมีนัยสำคัญ

ทางหน่วยงานยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังระหว่างกระบวนการออกวีซ่าเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ยื่นคำร้องขอเข้าสู่สหรัฐอเมริกาไม่มีเจตนาที่จะทำอันตรายต่อชาวอเมริกันและผลประโยชน์ของชาติ โดยระบุว่า “ผู้สมัครทุกคนต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพื่อพิสูจน์คุณสมบัติสำหรับวีซ่าที่ร้องขอ รวมถึงต้องตั้งใจที่จะเข้าร่วมในกิจกรรมที่สอดคล้องกับเงื่อนไขในการอนุญาตให้เข้าเมือง ทั้งนี้ วีซ่าสหรัฐฯ ถือเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนจะได้รับ”

Advertisement

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมของวีซ่าที่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์นี้ ได้แก่ H1-B ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอาชีพพิเศษที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านและมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และ H-3 สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ารับการฝึกอบรมที่ไม่มีในประเทศบ้านเกิด หรือเข้าร่วมโปรแกรมแลกเปลี่ยนการศึกษาพิเศษ รวมถึงผู้ติดตามในกลุ่ม H-4 ซึ่งเป็นคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของผู้ถือวีซ่ากลุ่มดังกล่าวด้วย


Continue Reading
Advertisement