Connect with us

ข่าว

แอลจี ประเทศไทย ประกาศกลยุทธ์ปี 2569 Dual Transformation รุกตลาด B2B และระบบสมาชิก ตั้งเป้าหมื่นแปดพันล้าน

Published

on

แอลจี ประเทศไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 รุกกลยุทธ์ Dual Transformation และ AI in Action มุ่งขยายตลาด B2B และบริการ Subscription ตั้งเป้าเติบโต 10% สู่รายได้ 18,000 ล้านบาท

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ LG (Thailand) เปิดเผยทิศทางธุรกิจประจำปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ Dual Transformation หรือการปฏิรูปสองแกนหลัก มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานจริงภายใต้แนวคิด AI in Action โดยตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโต 10% หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 18,000 ล้านบาท พร้อมปรับสัดส่วนธุรกิจรุกหนักในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ช่องทางออนไลน์ และบริการแบบสมัครสมาชิก (LG Subscription) เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

นายซองฮัน จอง (Sung-han Jung) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แอลจีมุ่งเน้นการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พอร์ตธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและการวางโครงสร้างการเติบโตบนพื้นฐานของกำไร โดยมีหัวใจสำคัญคือความเร็วและการลงมือทำ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็น Smart Life Solution Company โดยกล่าวว่า “เราจะนำหลักการเหล่านี้มาปรับใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนแอลจีสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีอย่างแท้จริง พร้อมมุ่งมั่นนำ AI มาสู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทย”

ด้านกลยุทธ์การปรับโมเดลธุรกิจ หรือ Business Model Transformation แอลจีเตรียมเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B และ D2C (Direct-to-Consumer) ให้ขึ้นมาอยู่ที่ 35% โดยในกลุ่ม B2B จะเน้นไปที่ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (HVAC) และจอแสดงผลเชิงพาณิชย์ (Information Display) ขณะที่กลุ่ม D2C จะผลักดันผ่านบริการ LG Subscription ที่ตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้น 25% และการขยายช่องทาง Online Brand Shop บนเว็บไซต์และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่คาดว่าจะเติบโตอีก 20% เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น

ในส่วนของการปฏิรูปผลิตภัณฑ์ด้วย AI ที่ลงมือทำได้จริง นายอำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า “ในปี 2569 แอลจีจะก้าวข้ามบทบาทของ AI ที่เป็นเพียงผู้ช่วยคิด ไปสู่การเป็นผู้ลงมือทำที่สามารถปฏิบัติงานได้จริง หรือ AI in Action โดยผสานเทคโนโลยีเข้ากับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เช่น ระบบถนอมผ้าอัจฉริยะ AI DD และระบบปรับอากาศ AI Air ที่เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ รวมถึงการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือ Zero Labor Home หรือการลดภาระงานบ้านให้เป็นศูนย์”

Advertisement

นอกจากนี้ แอลจียังเตรียมยกระดับบริการหลังการขายภายใต้ชื่อ LG Best Care เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดและรักษาฐานความไว้วางใจจากผู้บริโภค หลังจากที่ในปี 2568 บริษัทสามารถทำผลประกอบการเติบโตได้กว่า 7% ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการรุกตลาดในปีหน้าอย่างเต็มตัว โดยจะยังคงยึดมั่นในปรัชญา Life’s Good เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกมิติ