Connect with us

ข่าว

SCGD สรุปผลประกอบการปี 2568 กำไรพุ่ง 15% ลุยขยายฐานผลิตเวียดนามรับตลาดโลกปี 2569

Published

on

เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) สรุปผลประกอบการปี 2568 กำไรโต 1,010 ล้านบาท พร้อมเปิดแผนปี 2569 ทุ่มงบขยายฐานผลิตในเวียดนาม รองรับตลาดส่งออกโลกและสินค้า HVA

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCG Decor (SCGD) เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโตแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง โดยมีกำไรสุทธิรวม 1,010 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% หากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากค่าเงิน พร้อมวางยุทธศาสตร์ปี 2569 รุกหนักตลาดเวียดนามด้วยการขยายกำลังการผลิตโรงงาน DAI LOC รองรับความต้องการกระเบื้อง Glazed Porcelain ทั้งในอาเซียนและตลาดโลก ควบคู่กับการผลักดันสินค้ามูลค่าเพิ่มสูงเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ระบุว่าผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 22,676 ล้านบาท แม้รายได้จะลดลง 11% จากปีก่อน แต่ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้ EBITDA อยู่ที่ 3,351 ล้านบาท และมีกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ที่ทำกำไรได้ 199 ล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดียิ่งขึ้นแม้จะเผชิญแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจ

ยุทธศาสตร์หลักที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2569 คือการยกระดับประเทศเวียดนามให้เป็นเสาหลักเชิงกลยุทธ์ โดยมี ไพร์ม กรุ๊ป (PRIME GROUP) เป็นกลไกสำคัญ ปัจจุบันบริษัทได้เริ่มลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 6.6 ล้านตารางเมตร ที่โรงงาน DAI LOC ในเวียดนามตอนกลาง คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2569 ซึ่งจะทำให้มีกำลังการผลิตกระเบื้องรวมเป็น 25.6 ล้านตารางเมตร และตั้งเป้าหมายขยายเป็น 45 ล้านตารางเมตรภายในปี 2573 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนและตอบโจทย์ตลาดส่งออก

ในส่วนของตลาดภายในประเทศไทย เอสซีจี เดคคอร์ มุ่งเน้นการรักษาความเป็นผู้นำด้วยสินค้ากลุ่ม HVA (High Valued Added) และ SVP (Smart Valued Product) โดยพบว่าสินค้ากลุ่มนวัตกรรม อาทิ Wetguard+ จากแบรนด์ คอตโต้ (COTTO) และกระเบื้องตกแต่งภายนอกมียอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี Automation และหุ่นยนต์เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุน รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ 13.6% และเชื้อเพลิงชีวมวล 23.5% ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไปได้กว่า 330 ล้านบาทตั้งแต่ปี 2563

Advertisement

ด้าน นายสิทธิชัย สุขกิจประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน SCGD ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางการเงินว่า บริษัทมีสินทรัพย์รวม 36,588 ล้านบาท และสามารถขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายสุขภัณฑ์ในต่างประเทศเพิ่มเป็น 201 ราย สร้างรายได้จากส่วนนี้ 520 ล้านบาท ขณะที่สินค้าวัสดุตกแต่งพื้นผิว SPC (Stone Plastic Composite) มียอดขายเติบโตถึง 55% โดยในไตรมาสล่าสุดสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ถึง 20% เพื่อสู้กับคู่แข่งในระดับสากล

จากผลการดำเนินงานที่มั่นคง คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.34 บาท โดยเตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลส่วนที่เหลืออีก 0.19 บาทต่อหุ้น “เพื่อเป็นการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าธุรกิจจะเติบโตด้วยการดำเนินงานอย่างมีกลยุทธ์และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง” นายนำพล กล่าวทิ้งท้าย

Continue Reading
Advertisement