ข่าว
เฟดเอ็กซ์ เผยผลสำรวจธุรกิจเอเชียแปซิฟิก 41% ยังไม่พร้อมรับมือยุโรปยกเลิกเว้นภาษีนำเข้าขั้นต่ำ แนะผู้ส่งออกไทยเร่งปรับตัว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เฟดเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น (Federal Express Corporation) เปิดเผยผลสำรวจพบว่ามีธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ถึง 41% ที่ยังไม่มีความพร้อมหรืออยู่ในระยะเริ่มต้นของการเตรียมความพร้อม หลังสหภาพยุโรป (EU) ประกาศยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นอากรนำเข้าขั้นต่ำ (De Minimis) ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องเผชิญกับขั้นตอนศุลกากรที่ซับซ้อนและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พร้อมแนะเร่งยกระดับเครื่องมือดิจิทัลและบริการให้คำปรึกษาเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
จากการสำรวจความคิดเห็นขององค์กรธุรกิจกว่า 5,000 แห่ง จาก 12 ตลาดในเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย พบว่าแม้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบศุลกากรของสหภาพยุโรปในระดับสูง แต่ยังมีช่องว่างด้านความพร้อมในการดำเนินงาน โดยมีธุรกิจเพียง 59% ที่ระบุว่ามีความพร้อมเต็มที่หรือค่อนข้างพร้อม ส่วนอุปสรรคสำคัญในการปรับตัวคือ การเข้าถึงคำแนะนำที่ชัดเจนยังมีจำกัด การขาดความเชี่ยวชาญภายในองค์กรด้านกฎระเบียบศุลกากรของสหภาพยุโรป และความท้าทายในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากธุรกิจยังไม่พร้อมต่อข้อกำหนดใหม่ด้านข้อมูลสินค้า การระบุรหัสสินค้า ค่าธรรมเนียม และมาตรฐานการจัดทำเอกสาร อาจต้องเผชิญความล่าช้าในกระบวนการผ่านพิธีการศุลกากร ณ ด่านนำเข้าของยุโรป
นอกจากนี้ แรงกดดันด้านกฎระเบียบและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น กำลังส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องทบทวนกลยุทธ์การนำเข้าสู่ตลาดยุโรป โดย 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ากฎระเบียบศุลกากรของสหภาพยุโรปเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต เนื่องจากทำให้ต้นทุนรวมสินค้าเพิ่มขึ้น 24% และมีภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบสูงขึ้น 23% ส่งผลให้มากกว่า 1 ใน 3 ของธุรกิจหรือประมาณ 36% ได้ปรับหรือมีแผนปรับโครงสร้างราคาสินค้าในตลาดยุโรปแล้ว ขณะที่ครึ่งหนึ่งกำลังปรับกลยุทธ์เส้นทางการค้าและจัดลำดับความสำคัญของตลาดเป้าหมายใหม่ โดยมองหาตลาดทางเลือกในภูมิภาคเอเชียและสหรัฐอเมริกาเพื่อกระจายความเสี่ยง
นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการเฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย (FedEx Thailand) กล่าวว่า ยุโรปยังคงเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกหลักที่สำคัญของประเทศไทย โดยในปี 2568 มีสัดส่วนคิดเป็น 7.2% ของการค้าทวิภาคีทั้งหมด หรือมูลค่ากว่า 4.43 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท การยกเลิกเกณฑ์ยกเว้นภาษีนำเข้าขั้นต่ำของสหภาพยุโรปที่มีผลบังคับใช้ตอนนี้ เป็นตัวตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านพิธีการศุลกากรและเอกสารนำเข้า เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ทั้งนี้ เฟดเอ็กซ์ (FedEx) ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนธุรกิจไทยผ่านความเชี่ยวชาญด้านกระบวนการศุลกากร เครื่องมือดิจิทัล และโซลูชันด้านโลจิสติกส์ เพื่อช่วยลดความล่าช้าและความเสี่ยงจากต้นทุนที่ไม่คาดคิดในการขนส่งข้ามพรมแดนไปยังยุโรป
ทางเฟดเอ็กซ์ (FedEx) ได้เดินหน้าขยายการสนับสนุนผู้ส่งออกไทยเพื่อลดความซับซ้อนในกระบวนการขนส่ง โดยปรับปรุงแพลตฟอร์มการขนส่ง การออกใบแจ้งหนี้ และระบบพิธีการศุลกากรให้สอดรับกับข้อกำหนดด้านข้อมูลใหม่ของสหภาพยุโรป พร้อมเปิดตัวโปรแกรมสนับสนุนลูกค้าเชิงรุก ได้แก่ คู่มือรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (Product Identifier – PID) ระบบนำเข้าแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (Import One-Stop Shop – IOSS) รวมถึงบริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีการศุลกากร และการยกระดับเครือข่ายการขนส่งทางอากาศผ่านการเพิ่มเที่ยวบินรวมเป็น 26 เที่ยวบินต่อสัปดาห์บนเส้นทางเอเชียและยุโรป เพื่อรองรับการจัดส่งสินค้าแบบด่วนภายในระยะเวลาเฉลี่ยประมาณ 48 ชั่วโมง
