การศึกษา
กศจ.กทม. อนุมัติจัดโฮมสคูล 20 ครอบครัว เร่งช่วยสถานศึกษาถูกน้ำท่วม 340 แห่ง พร้อมคุมเข้มความปลอดภัย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร มีมติอนุมัติการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว หรือ โฮมสคูล (Homeschool) ประจำปีการศึกษา 2569 จำนวน 20 ครอบครัว พร้อมติดตามความเสียหายสถานศึกษาจากเหตุอุทกภัย 340 แห่ง และสั่งยกระดับมาตรการความปลอดภัยสถานศึกษาทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กศจ.กทม.) ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีมติเห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษาเสนอ ให้อนุมัติคำขออนุญาตจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 รวม 20 ครอบครัว แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) 15 ครอบครัว (ระดับอนุบาล 9 ราย และประถมศึกษา 6 ราย) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพม.กท.1) 3 ครอบครัว และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 (สพม.กท.2) 2 ครอบครัว ซึ่งทั้งสองเขตหลังเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ทั้งนี้ กศจ.กทม. กำลังทดสอบระบบยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดปริมาณการใช้กระดาษและปรับปรุงประสิทธิภาพงานบริการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Zero Dropout เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 สำรวจเด็กและเยาวชนสัญชาติไทยอายุ 3-18 ปี ครบเป้าหมาย 51,362 ราย พบว่ากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา 10,537 ราย เข้าสู่การศึกษาทางเลือก 2,675 ราย และศึกษาต่อต่างประเทศ 6,022 ราย ขณะเดียวกัน ข้อมูลสถิตินักเรียนย้อนหลัง 10 ปี (ปีการศึกษา 2560-2569) ชี้ว่าจำนวนนักเรียนรวมทุกสังกัดลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงปีการศึกษา 2568-2569 ที่จำนวนนักเรียนลดลง 6.09% จาก 974,223 คน เหลือ 914,892 คน ด้านการประเมินผลระดับนานาชาติ โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 53 แห่ง มีผลคะแนนการประเมิน PISA 2025 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในทุกวิชา

สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อสถานศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานครรวมประมาณ 340 แห่ง ครอบคลุมหลายสังกัด หน่วยงานการศึกษาจึงร่วมมือจัดส่งถุงยังชีพและน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบภัยในกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา และปริมณฑล พร้อมทั้งส่งทีมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) และศูนย์ฝึกอบรมอาชีวศึกษาออกให้บริการซ่อมแซมยานพาหนะและเครื่องใช้ไฟฟ้าแก่ประชาชน
“ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ นอกเหนือจากภารกิจหลักแล้ว หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกภาคส่วนจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการสนับสนุนด้านกำลังพล การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วมขัง การดูแลสุขอนามัยเบื้องต้น ตลอดจนการบรรเทาความเดือดร้อนในทุกมิติ เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน” นายอัครนันท์ กล่าว
นายอัครนันท์ ระบุเพิ่มเติมถึงมาตรการด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ว่า เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีสถานศึกษาจำนวนมากและมีสถิติการร้องเรียนสูง จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกและนำระบบสารสนเทศมาใช้ เพื่อให้ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน สามารถเข้าถึงช่องทางร้องเรียนผ่านศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก กระทรวงศึกษาธิการ ได้สะดวกรวดเร็ว โดยให้ทุกโรงเรียนติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ให้เห็นชัดเจน ควบคู่กับการกำชับผู้บริหารสถานศึกษาให้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนอย่างโปร่งใส และรักษาความลับของผู้ร้องอย่างเคร่งครัด
