การเมือง
นายกฯ สั่งเร่งจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม บูรณาการระบายน้ำรับมือประชุม IMF และ World Bank
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายกรัฐมนตรี ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ สั่งการทุกจังหวัดสำรวจความเสียหายรายครัวเรือนเพื่อเร่งโอน เงินเยียวยาน้ำท่วม โดยไม่ต้องรอการฟื้นฟูแล้วเสร็จ พร้อมกำชับบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานว่า ปัจจุบันยังมีพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดปราจีนบุรี ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการอพยพผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปยังโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งยาและเวชภัณฑ์สนับสนุนต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดเร่งทำทะเบียนความเสียหายส่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเบิกจ่ายงบทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที

สำหรับแนวทางการจ่ายเงินเยียวยา กำหนดให้แล้วเสร็จและเห็นผลภายในสัปดาห์นี้ กรณีความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้ใช้งบกลาง ส่วนความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่ระบบกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังประสานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดทำขั้นตอนการเบิกจ่ายให้รวดเร็วและลดขั้นตอนการติดต่อของประชาชน นอกจากนี้ กรมประชาสัมพันธ์ได้ตั้งศูนย์ข้อมูลและประสานสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ร่วมกับสำนักโฆษก เพื่อรายงานสถานการณ์น้ำเป็นเอกภาพทุกวันเวลา 10.00 น.
ด้านการประเมินสถานการณ์น้ำ เขื่อนเจ้าพระยายังคงอัตราการระบายน้ำที่ประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยต้องเฝ้าระวังพื้นที่จังหวัดปทุมธานีและนนทบุรี รวมถึงผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนช่วงวันที่ 5–10 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้วาง 8 ข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ การเร่งพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ใกล้เต็ม กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง ระดมเครื่องจักรกล ฟื้นฟูพื้นที่ที่น้ำลดทันที จัดทำแผนเยียวยาเกษตรกรร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจพิจารณาลดค่าน้ำและค่าไฟฟ้าแก่ผู้ประสบภัย ตลอดจนกำชับกระทรวงคมนาคมและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) อำนวยความสะดวกการเดินทางเพื่อรองรับผู้แทนกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ที่จะเข้าร่วมประชุม IMF และ World Bank Group
