Connect with us

การเมือง

ประเสริฐ จันทรรวงทอง ควง อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เข้ากระทรวงศึกษาธิการวันแรก ชูแนวทางลดความเหลื่อมล้ำและลดภาระครู

Published

on

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศธ. และ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศธ. เข้าปฏิบัติหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการวันแรก เน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและลดภาระครูอย่างเร่งด่วน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ กระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการลดภาระของบุคลากรทางการศึกษาเป็นลำดับแรก ท่ามกลางการต้อนรับจากคณะผู้บริหารและข้าราชการอย่างคับคั่ง

บรรยากาศในช่วงเช้าเวลา 07.09 น. รัฐมนตรีทั้งสองท่านได้ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มต้นจาก พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ศึกษาทรรังสรรค์ ศาลพระภูมิ และ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณโดยรอบอาคารราชวัลลภ ก่อนจะเข้าพบปะข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพื่อรับมอบดอกไม้แสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานหลังจากได้รับฟังข้อคิดเห็นจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า พร้อมที่จะนำข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาขับเคลื่อนนโยบายของ ศธ. ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความตั้งใจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของครูและนักเรียนทั่วประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอน

“ได้รับฟังข้อคิดเห็นจากหลายภาคส่วน และนำมาสู่การกำหนดแนวทางดำเนินงานของ ศธ. โดยเฉพาะใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบในปัจจุบัน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการภายใต้การนำของรัฐมนตรีชุดใหม่ ยังมีเป้าหมายในการเร่งช่วยเหลือและเยียวยาความยากลำบากของผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อให้ระบบการศึกษาสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ในสภาวะวิกฤตทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ โดยจะมีการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงเพื่อวางโครงสร้างการทำงานที่ชัดเจนในลำดับต่อไป

Continue Reading
Advertisement