Connect with us

ข่าว

อะมิตี้ เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในสิงคโปร์ ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2569

Published

on

Amity establishes a dual-HQ in Singapore and Bangkok, launching its AI Research & Application Center backed by a US$100M Series D funding round to scale global enterprise workflows.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – อะมิตี้ (Amity) ผู้ให้บริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กร (Enterprise AI) ประกาศเปิดตัวสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคและศูนย์วิจัยและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Amity AI Research and Application Center หรือ ARAC) แห่งใหม่ ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานปฏิบัติงานควบคู่กับสำนักงานในกรุงเทพมหานคร รองรับการขยายธุรกิจและขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอสู่ระดับสากล

การขยายธุรกิจในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการระดมทุนรอบ Series D มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีผู้ลงทุนหลักประกอบด้วย EDBI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนของคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ ร่วมกับ Asia Partners และ SMDV รวมถึงนักลงทุนรายอื่นอย่าง CMLIM Capital ซึ่งการระดมทุนดังกล่าวช่วยหนุนเป้าหมายสร้างรายได้ต่อปี (Annualized Revenue) สู่ระดับ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี 2569 และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2570 หลังจากที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้วในปี 2568

กลุ่มบริษัท Amity มีแผนจัดสรรเงินทุนจากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ใน 3 ส่วนงานหลัก ได้แก่ การเร่งพัฒนา Agentic AI และการวิจัยและพัฒนา (R&D) ผ่านศูนย์วิจัยฯ เพื่อสร้าง Vertical AI หรือโมเดลปัญญาประดิษฐ์เฉพาะทางสำหรับองค์กรธุรกิจ รวมถึงการดึงดูดบุคลากรระดับสากลในด้านวิศวกรรม งานวิจัย และงานพาณิชย์เข้ามาเสริมทีม เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าองค์กรทั่วภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ เงินทุนบางส่วนจะนำไปใช้ในกลยุทธ์การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) บริษัทซอฟต์แวร์ในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยล่าสุด โทลล์ริง (Tollring) บริษัทในเครือได้เข้าซื้อกิจการ โค้ด ซอฟต์แวร์ (Code Software) ในสหราชอาณาจักร เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ด้านการวิเคราะห์การโทร (Call Analytics) และขยายขีดความสามารถด้านประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ในระดับสากล

Advertisement

ปัจจุบันระบบนิเวศธุรกิจของ Amity มีผู้ใช้งานในระบบกว่า 10 ล้านรายต่อเดือน จาก 20,000 องค์กรทั่วโลก โดยในประเทศไทยและภูมิภาคประกอบด้วย 5 บริษัทหลัก ได้แก่ อะมิตี้ โซลูชันส์ (Amity Solutions), อะมิตี้ แอคเซนทิกซ์ (Amity Accentix), Tollring, เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) และอะมิตี้ นอร์ดสตาร์ (Amity-Nordstar) ที่ร่วมส่งมอบโซลูชันด้านข้อมูลและเสียง

นายกรวัฒน์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง Amity ระบุว่า การจัดตั้งศูนย์วิจัยฯ ในสิงคโปร์จะช่วยให้บริษัทสามารถส่งมอบโมเดล Vertical AI ที่ฝึกฝนจากข้อมูลจริงในอุตสาหกรรมแทนชุดข้อมูลทั่วไป เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนและเวิร์กโฟลว์ขององค์กรขนาดใหญ่ในเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและโทรคมนาคม ซึ่งการเติบโตขึ้น 10 เท่าในเวลา 3 ปี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางปัญญาประดิษฐ์สำหรับองค์กรในภูมิภาคนี้