Connect with us

การเมือง

รัฐบาล แจงการปรับลดการอุดหนุนกองทุนน้ำมัน รับมือวิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อ พร้อมเร่งช่วยกลุ่มเปราะบาง

Published

on

รมว.คลัง แถลงปรับลดการอุดหนุนกองทุนน้ำมัน หลังวิกฤตพลังงานโลกยืดเยื้อจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เร่งมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบางและควบคุมราคาสินค้าผ่านกระทรวงพาณิชย์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงมาตรการรับมือสถานการณ์พลังงานโลก ภายหลังรัฐบาลตัดสินใจปรับลดอัตราการอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงผ่านกองทุนน้ำมัน เนื่องจากผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทั่วโลกหยุดชะงัก โดยรัฐบาลยอมรับว่าการปรับลดครั้งนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณเพื่อป้องกันภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต พร้อมยืนยันเร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นลำดับแรก

นายเอกนิติ ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตระดับโลกที่ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้ชัดเจน รัฐบาลจึงมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดูแลความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจนั้นได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะด้านเสถียรภาพพลังงานในวงกว้างจากการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Fund) นายเอกนิติกล่าวว่า เดิมทีนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ใช้งบประมาณจากกองทุนเพื่อพยุงราคาเป็นเวลา 15 วันในระยะแรก แต่เมื่อสถานการณ์ไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย รัฐบาลจึงต้องปรับแนวทางเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม โดยกล่าวว่า “การตัดสินใจลดอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมันครั้งนี้ เป็นการบริหารจัดการภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต” นอกจากนี้ยังได้ดำเนินมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น เช่น การลดค่าใช้จ่ายการเดินทางไปต่างประเทศ และรณรงค์ลดการใช้พลังงานเพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ

ในส่วนของมาตรการดูแลค่าครองชีพ รัฐบาลได้ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce) เพื่อกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการ ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควรจากการที่ต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับต้นทุนค่าขนส่งซึ่งเป็นปัจจัยหลักของราคาสินค้า โดยจะใช้งบประมาณภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่เข้าดูแลไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างจนเกินไป

Advertisement

นายเอกนิติกล่าวย้ำถึงหลักการจัดสรรงบประมาณว่า “ในสถานการณ์วิกฤต ประชาชนแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการรับมือแตกต่างกัน ขณะที่งบประมาณของรัฐมีข้อจำกัดและมาจากภาษีของประชาชน จึงจำเป็นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด” โดยรัฐบาลจะเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางผ่านการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกที่มีอย่างเต็มที่ภายใต้ความคุ้มค่าของงบประมาณ พร้อมขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้

Continue Reading
Advertisement