ข่าว
TikTok Shop ชูเทรนด์ “Discovery Commerce” คาดเศรษฐกิจครีเอเตอร์ไทยพุ่งแตะ 1.7 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2573
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ติ๊กต็อก ช็อป (TikTok Shop) ประกาศทิศทางใหม่ของอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เน้นการค้นหา (Search) เข้าสู่ยุค “Discovery Commerce” หรือการค้นพบสินค้าผ่านคอนเทนต์และ ครีเอเตอร์ (Creator) ซึ่งผลการศึกษาล่าสุดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) ของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 1.72 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เติบโตขึ้น 1.55 เท่า และกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่ตัดสินใจซื้อสินค้าทันทีหลังจากรับชมคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ
ภายในงาน TikTok Shop Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้มีการระบุถึงการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้ซื้อที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการค้นหาสินค้าที่ต้องการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ “ค้นพบ” โดยบังเอิญผ่านการไถฟีดรับชมวิดีโอ ซึ่งมีสถิติระบุว่าผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่า 76% มีแนวโน้มซื้อสินค้าหลังชมคอนเทนต์ โดยปัจจุบัน TikTok Shop ในประเทศไทยมีผู้ขายมากกว่า 5 ล้านราย และมีครีเอเตอร์ที่ร่วมโปรแกรมปักตะกร้าสินค้าอีกกว่า 3 ล้านราย ขับเคลื่อนผ่านระบบ Content-driven Commerce ที่ย่อระยะเวลาการตัดสินใจซื้อให้สั้นลงผ่านการทำธุรกรรมจบในแอปพลิเคชันเดียว
นางชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy – SEA, TikTok เปิดเผยว่า บนแพลตฟอร์ม TikTok Shop สินค้าถูกทำให้มีชีวิตผ่านคอนเทนต์และครีเอเตอร์ โดยการค้นพบได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับการยกระดับประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งการสร้างความต้องการสินค้า (Demand Generation) ไปจนถึงการปิดยอดขาย (Conversion) ผ่านเครื่องมืออย่าง Creator Marketplace และการขายของแบบเรียลไทม์อย่าง LIVE Commerce ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องพึ่งพาหน้าร้านแบบดั้งเดิม
ทางด้านภาครัฐ นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Empowering Thai Brands in the Digital Economy” โดยเน้นย้ำความสำเร็จจากการร่วมมือกับแพลตฟอร์มที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยกว่า 450 ราย จนสามารถสร้างยอดขายรวม (GMV) ได้มากกว่า 1.32 พันล้านบาท ในปี 2568 พร้อมทั้งเดินหน้าฝึกทักษะดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอีกกว่า 10,000 ราย ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชน 1,722 แห่งทั่วประเทศ เพื่อกระจายโอกาสจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศ
“สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถช่วยเปลี่ยนการเสริมสร้างขีดความสามารถ ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับธุรกิจไทย” นายสถาพร กล่าวเสริมถึงบทบาทความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างศักยภาพการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล

นอกจากนี้ ในวงเสวนา “Road to the Top: Powering Thailand’s Discovery Commerce” ยังได้มีการถอดรหัสความสำเร็จจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ GQ Apparel, Yerpall, BioActive+ และแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง ปลาสลิดพอดีคำ และ จันทร์จำปาเฮิร์บ ที่ใช้กลยุทธ์สร้างตัวตนผ่านแคมเปญ #TikTokShopThaiRisers และ #SMEไทยน่าช้อปน่าใช้ ซึ่งยืนยันว่า Discovery Commerce เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและธรรมาภิบาลของแพลตฟอร์ม
