ข่าว
บีโอไอผนึกยักษ์ใหญ่ EV จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป ดันไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์อัจฉริยะสีเขียวครบวงจร
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) จัดงานสัมมนาใหญ่ดึงผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ยุค Smart and Green Mobility เผยตัวเลขการลงทุนในกลุ่ม EV พุ่งทะลุ 1.8 แสนล้านบาท พร้อมเร่งผลักดันนโยบายสนับสนุนเทคโนโลยีอัจฉริยะ ACES เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนโลกอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านที่ซอฟต์แวร์และพลังงานสะอาดกลายเป็นหัวใจหลักของการแข่งขัน
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยในงาน BOI Symposium ว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ ACES ซึ่งประกอบด้วยยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous), การเชื่อมต่อสื่อสาร (Connected), ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric) และการแบ่งปันการใช้งาน (Shared Mobility) โดยปัจจัยชี้ขาดในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่เพียงเครื่องยนต์ แต่อยู่ที่ระบบซอฟต์แวร์ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสที่จะต่อยอดฐานการผลิตที่แข็งแกร่งไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตแบบครบวงจรของภูมิภาค
“ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ตามกระแสการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่เรากำลังชิงจังหวะเป็นผู้กำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านนั้น พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ EV ทุกประเภท รวมทั้งชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้มาตั้งฐานการผลิตและส่งออกในไทย นอกจากนี้ บีโอไอยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เชื่อมโยงเข้าสู่ซัพพลายเชนโลกได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้หารือร่วมกับสมาคมหลักเพื่อจัดทำมาตรการสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและยกระดับขีดความสามารถของไทยในระยะต่อไป” นายนฤตม์ กล่าว
ด้านมุมมองจากภาคเอกชน นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ย้ำว่าอุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและความยั่งยืน โดยผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องเร่งปรับตัวจากสินค้าดั้งเดิมไปสู่เทคโนโลยีมูลค่าสูง ขณะที่ นาย Yubin Ke จากบริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BYD Auto (Thailand) เสนอให้ภาครัฐสนับสนุนรถยนต์กลุ่ม PHEV มากขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน เนื่องจากมีการใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยรักษาฐานการผลิตชิ้นส่วนในประเทศและช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก China EV100 คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ยานยนต์ไฟฟ้าจะมีสัดส่วนถึง 45% ของยอดขายทั่วโลก โดยตัวรถจะกลายเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ผสาน AI และบริการดิจิทัลเข้าด้วยกัน สอดคล้องกับความเห็นของตัวแทนจาก Bulletrux, Isuzu, Bosch และ Autoliv ที่มองว่าความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ฐานการผลิตย้ายเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศทั้งสถานีชาร์จ พลังงานชีวมวล (Biofuel) และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในฐานะจุดหมายปลายทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์สีเขียวในระดับสากล
