ข่าว
อัปเดต อิสราเอล-อิหร่าน ล่าสุด: สหรัฐฯ-อิสราเอล ยืนยันถล่มอิหร่านต่อเนื่อง ด้านยอดผู้เสียชีวิตพุ่งหลังโรงเรียนประถมถูกโจมตี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ความคืบหน้าล่าสุด (อัปเดต 20.18 น.) ของปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สหรัฐอเมริกา (United States) เปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ว่า กองทัพสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าโจมตี ประเทศอิหร่าน (Iran) อย่างหนักหน่วงทั้งทางอากาศและทางเรือต่อไปอย่างไม่มีกำหนด
ขณะที่ผู้นำ อิสราเอล (Israel) ยืนยันว่าการโจมตีครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อกำจัด “ภัยคุกคามที่มีต่อความคงอยู่ของชาติ” ท่ามกลางรายงานสลดเกี่ยวกับการสูญเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์โจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนทางตอนใต้ของอิหร่านที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 57 ราย
สรุปสถานการณ์ล่าสุดและผลกระทบในภูมิภาค
1. ยอดสูญเสียพลเรือนพุ่งสูงหลังโรงเรียนถูกโจมตี
สำนักข่าวตัสนีม (Tasnim) ของอิหร่านรายงานเหตุการณ์สะเทือนขวัญจากการโจมตีทางอากาศของพันธมิตร สหรัฐฯ-อิสราเอล ที่ส่งผลกระทบต่อพลเรือนโดยตรง
- เหตุโจมตีโรงเรียน: โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ (Minab) ทางตอนใต้ของอิหร่านถูกถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 57 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 60 ราย และยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีกราว 50 คน
- ความตื่นตระหนกในเมืองหลวง: ในกรุงเตหะราน ประชาชนต่างพากันหนีตายออกจากอาคารสำนักงานและสถานศึกษาหลังเสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่อง โดยมีรายงานนักเรียนเสียชีวิตอีก 2 รายในเขตพื้นที่เมืองหลวง
2. อิหร่านประกาศกร้าว “บทเรียนที่ผู้รุกรานควรได้รับ”
นายเซเยด อับบาส อารักชี (Seyed Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ตอบโต้การกระทำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูอย่างรุนแรงว่า:
- “สงครามครั้งนี้เป็นการกระทำที่ไร้การยั่วยุ ผิดกฎหมาย และไม่ชอบธรรม ทรัมป์ได้เปลี่ยนนโยบาย ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ (America First) ให้กลายเป็น ‘อิสราเอลต้องมาก่อน’ (Israel First) ซึ่งนั่นหมายถึงอเมริกาจะกลายเป็นลำดับสุดท้ายเสมอ”
- กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ยืนยันว่าได้ส่งขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลทั่วตะวันออกกลางเพื่อเป็นการตอบโต้ และจะดำเนินปฏิบัติการนี้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
Netanyahu and Trump's war on Iran is wholly unprovoked, illegal, and illegitimate.
Trump has turned 'America First' into 'Israel First'—which always means 'America Last'.
Our Powerful Armed Forces are prepared for this day and will teach the aggressors the lesson they deserve pic.twitter.com/xhiWydMyXy— Seyed Abbas Araghchi (@araghchi) February 28, 2026
3. ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตกเป็นเป้าหมาย
การตอบโต้ของอิหร่านส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดและการสกัดกั้นขีปนาวุธในหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ:
- ประเทศที่ได้รับผลกระทบ: มีรายงานการโจมตีและเสียงระเบิดใน กาตาร์ (Qatar), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน (Bahrain), จอร์แดน (Jordan) และ คูเวต (Kuwait)
- ความเสียหาย: ในอาบูดาบี (UAE) มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายซึ่งเป็นชาวเอเชียจากการถูกเศษซากขีปนาวุธที่ถูกสกัดกั้นตกลงมาใส่
4. ปฏิกิริยาจากประเทศเพื่อนบ้านและการเรียกร้องสันติภาพ
ผู้นำในภูมิภาคแสดงความกังวลอย่างหนักต่อการขยายตัวของสงคราม:
- โอมาน (Oman): กระทรวงการต่างประเทศโอมานส่งสารถึงสหรัฐฯ อย่างตรงไปตรงมาว่า “นี่ไม่ใช่สงครามของคุณ” เพื่อเตือนสติเกี่ยวกับการแทรกแซงทางทหาร
- กาตาร์และซาอุดีอาระเบีย: เชค ตะมีม บิน ฮะมัด อาล ษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ได้ต่อสายตรงหารือกันเพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยั้งการยกระดับความรุนแรงในทันที
