Connect with us

ข่าว

สหรัฐฯ ผนึกกำลัง อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ด้านเตหะรานตอบโต้ลามทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

Published

on

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณาม สหรัฐฯ และ อิสราเอล หลังเปิดฉากโจมตีเมืองสำคัญและโครงสร้างพื้นฐาน ยันเป็นสิทธิชอบธรรมในการตอบโต้ผู้รุกราน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจาก สหรัฐอเมริกา (United States) และ อิสราเอล (Israel) ได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่เข้าโจมตี อิหร่าน (Iran) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการตอบโต้กลับด้วยขีปนาวุธและโดรนกระจายตัวไปหลายประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางรายงานความสูญเสียของพลเรือนและการสั่งปิดน่านฟ้าในหลายพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ผู้นำสหรัฐฯ ระบุถึงวัตถุประสงค์ของปฏิบัติการในครั้งนี้ว่า “เป็นการป้องกันชาวอเมริกันด้วยการกำจัดภัยคุกคามที่จวนตัวจากอิหร่าน” ขณะที่ทาง กระทรวงกลาโหมอิสราเอล (Israeli Defense Ministry) แถลงการณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าเป็นการชิงโจมตีก่อนเพื่อขจัดภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับอิสราเอล โดยมีรายงานว่าขีปนาวุธได้ตกใกล้กับที่ทำการของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซซเคียน (Masoud Pezeshkian) แต่เบื้องต้นมีรายงานยืนยันว่าผู้นำทั้งสองไม่ได้รับอันตราย

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอ (IRNA) ของทางการอิหร่านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังผสมสหรัฐฯ-อิสราเอล ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่พลเรือน โดยมีการโจมตีโดนโรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน ส่งผลให้มีนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 57 ราย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ กองพยาธิวิทยาปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps) หรือ IRGC ประกาศเริ่มปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการส่งฝูงโดรนและขีปนาวุธเข้าถล่มพื้นที่เป้าหมายในอิสราเอลทันที

กองทัพอิหร่านระบุว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตี โดยทาง สำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) รายงานว่าอิหร่านได้โจมตีฐานทัพและฐานทัพเรือในหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งของกองกำลังสหรัฐฯ ได้แก่ กาตาร์ (Qatar), คูเวต (Kuwait), สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และ บาห์เรน (Bahrain) โดยพุ่งเป้าไปที่ฐานทัพอากาศอัล อูเดด (Al Udeid Air Base) ในกาตาร์ และกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ (U.S. Navy’s 5th Fleet) ในบาห์เรน นอกจากนี้ยังมีรายงานเหตุระเบิดในจอร์แดนและซาอุดีอาระเบียอีกด้วย

Advertisement

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าทั้งบางส่วนและทั้งหมด สายการบินหลักหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลางอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งสถานการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจาทางอ้อมรอบที่ 3 และมีกำหนดการจะเจรจาต่อในสัปดาห์หน้า โดยเหตุการณ์นี้สร้างความกังวลว่าจะซ้ำรอยเหตุการณ์ในอดีตที่อิสราเอลเคยโจมตีอิหร่านแบบไม่ทันตั้งตัวจนนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อและการทำลายสถานประกอบการนิวเคลียร์ที่สำคัญ

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

Continue Reading
Advertisement