ข่าว
สหรัฐฯ ประกาศเตือน “อินฟลูเอนเซอร์” ต่างชาติ ห้ามใช้ วีซ่าท่องเที่ยว ถ่ายคอนเทนต์สร้างรายได้ช่วงฟุตบอลโลก ชี้ผิดกฎหมายเข้าเมือง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศมาตรการคุมเข้มและตักเตือนกลุ่ม ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ หรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และ นักสร้างคอนเทนต์ (Content Creator) ชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้าประเทศด้วย วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa) หรือวีซ่าประเภท B-2 ว่าไม่สามารถใช้ช่วงเวลาที่พำนักในสหรัฐฯ ถ่ายทำเนื้อหาเพื่อสร้างรายได้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เช่น ยูทูบ (YouTube), ติ๊กต็อก (TikTok) หรือ เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้ เนื่องจากถือเป็นการทำงานอย่างผิดกฎหมาย โดยคำเตือนนี้มีขึ้นในช่วงก่อนการแข่งขัน ฟุตบอลโลก (World Cup) ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้ผลิตเนื้อหาดิจิทัลจำนวนมากเดินทางเข้ามาบันทึกเหตุการณ์
แถลงการณ์ร่วมจาก สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ และ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่า การเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาโดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อสร้างคอนเทนต์ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ แล้วสร้างรายได้จากสหรัฐฯ ในขณะที่อยู่ในประเทศ ถือเป็นการทำงานและจำเป็นต้องขอวีซ่าที่เหมาะสม บุคคลที่เข้าสหรัฐฯ ภายใต้โปรแกรมผู้เยี่ยมชมและได้รับรายได้จากแหล่งเงินทุนในสหรัฐฯ จะถือว่าละเมิดเงื่อนไขสถานะการเข้าเมือง
สำหรับ วีซ่าท่องเที่ยว (B-2) ของสหรัฐฯ อนุญาตให้ผู้ต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพื่อการพักผ่อน วันหยุด การเยี่ยมเยียนครอบครัว หรือการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่มีข้อห้ามชัดเจนในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน หรือรับรายได้จากการทำงานบนแผ่นดินสหรัฐฯ รวมถึงห้ามพำนักเกินระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งการละเมิดเงื่อนไขเหล่านี้อาจส่งผลให้ถูกยกเลิกวีซ่า ถูกเนรเทศ และถูกจำกัดสิทธิ์ในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในอนาคต โดยทางออกสำหรับนักสร้างคอนเทนต์คือการยื่นขอ วีซ่าประเภท O-1 ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษในด้านศิลปะ ธุรกิจ วิทยาศาสตร์ หรือกีฬา ที่อนุญาตให้ทำกิจกรรมสร้างรายได้และการร่วมงานกับแบรนด์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
แหล่งข่าวภายในรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทำเนียบขาวมีแผนที่จะยกระดับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ณ ท่าอากาศยานและจุดผ่านแดนต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์จากประเทศเม็กซิโกและประเทศอื่น ๆ ที่ใช้วีซ่าท่องเที่ยวแฝงตัวเข้ามาทำงานและสร้างรายได้จำนวนมาก โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องตำแหน่งงานของชาวอเมริกัน พร้อมระบุว่าวิดีโอของอินฟลูเอนเซอร์เหล่านั้นคือหลักฐานที่มัดตัว เนื่องจากหลายคนถ่ายคลิปบันทึกขั้นตอนการขอวีซ่าจากสถานทูตและการเดินทางไปถ่ายคอนเทนต์ตามเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ไว้อย่างชัดเจน
ต้นเหตุไม่ได้เพิ่งเกิดตอนบอลโลก
ชนวนเหตุที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ตื่นตัวในเรื่องนี้ เกิดขึ้นหลังจากกรณีการควบคุมตัว คาบี เลม (Khaby Lame) ดาวติ๊กต็อกชื่อดังระดับโลกชาวเซเนกัล-อิตาลี ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 160 ล้านคน โดยเขาถูกจับกุมที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 เนื่องจากพำนักในประเทศเกินกำหนดที่วีซ่าอนุญาต ก่อนที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวและเดินทางออกจากประเทศโดยสมัครใจเพื่อเลี่ยงคำสั่งเนรเทศอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ยังมีกรณีของ เลโอนอล โมเรโน (Leonel Moreno) อินฟลูเอนเซอร์ชาวเวเนซุเอลา ที่โพสต์คลิปยุยงให้ทำผิดกฎหมายและหลบเลี่ยงการรายงานตัวกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement – ICE) จนถูกเนรเทศออกไปเมื่อเดือนมีนาคม 2025
ทางด้าน แวนซ์ โอเวน (Vance Owen) ทนายความด้านอุตสาหกรรมบันเทิงในลอสแอนเจลิส ได้แสดงทรรศนะต่อมาตรการดังกล่าว โดยมองว่าประเด็นหลักที่รัฐบาลกังวลคือน่าจะเป็นเรื่องการเลี่ยงภาษี พร้อมระบุว่า เทคโนโลยีก้าวหน้าไปเร็วกว่ากฎหมาย และเรากำลังเห็นสถานการณ์ที่กฎหมายภาษีของรัฐบาลกลางพยายามปรับตัวให้เข้ากับบริบทใหม่ของอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งกฎหมายภาษีบางข้อมีอายุเก่าแก่เป็นร้อยปี นี่จึงเป็นบทรวมกันระหว่างเทคโนโลยีกับกฎหมายเก่า
อย่างไรก็ตาม โอเวนแสดงความกังวลถึงแนวทางการบังคับใช้ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่เสรี และตั้งคำถามว่าประเทศหนึ่งจะควบคุมธุรกิจที่เป็นเครือข่ายระดับโลกได้อย่างไร โดยเขามองว่าอาจมีข้อยกเว้นในกรณีที่นักท่องเที่ยวทั่วไปถ่ายคลิปแล้วเกิดเป็นไวรัลจนมีชื่อเสียงขึ้นมาในภายหลัง เพราะบุคคลนั้นเข้ามาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ตั้งแต่ต้น
