ข่าว
ชนินทธ์ โทณวณิก แถลงกรณีขัดแย้งครอบครัว ยันปกป้อง “ดุสิตธานี” จากการ Take Over ของคนนอก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) แถลงเปิดเผยต่อสาธารณะถึงกรณีที่บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เสนอวาระถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่งกรรมการ โดยระบุว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้เริ่มต้นที่ความวุ่นวายในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่เป็นความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งถึงแก่กรรม โดยนายชนินทร์กล่าวว่าการกระทำของน้องสาวทั้งสองคนที่เป็นกรรมการในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด ไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง จึงต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง และล่าสุดการกระทำดังกล่าวยังลุกลามมาถึงบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) อีกด้วย
นายชนินทร์กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่เมื่อการกระทำแบบเดียวกันได้ขยายมาถึง บมจ.ดุสิตธานี หรือ DTC จึงจำเป็นต้องออกมาพูด การที่บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด พยายามถอดถอนตนเองออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่นเข้ามาควบคุมการบริหารนั้น ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อบริษัท แต่ยังเป็นการเปิดทางให้คนนอกครอบครัวเข้ามาถือครองกิจการที่ครอบครัวสร้างมาอีกด้วย โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่าการเสนอชื่อกรรมการใหม่บางคนมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจากธุรกิจของทั้งสองกลุ่มมีความทับซ้อนกัน
เขายังกล่าวถึงความพยายาม Take Over กิจการโดยอ้างว่า กลุ่มเซ็นทรัล (Central Group) เคยพยายามเข้าถือหุ้นใหญ่ใน บมจ.ดุสิตธานี หลายครั้ง และมีการหารือกับบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด เพื่อหาทางซื้อหุ้นเพิ่ม โดยเชื่อว่ามีเป้าหมายเพื่อเข้าควบคุมอำนาจบริหาร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) ขนาดใหญ่ และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ซื้อห้องชุดในโครงการ ดุสิต เรสซิเดนเซส (Dusit Residences) ที่จะเริ่มโอนห้องในไม่กี่เดือนข้างหน้า
ในประเด็นเรื่องผลประกอบการที่ถูกกล่าวหาว่าขาดทุนต่อเนื่องและมีหนี้สินสูงนั้น นายชนินทร์ชี้แจงว่า การขาดทุนส่วนใหญ่เกิดจากภาระดอกเบี้ยของโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ที่มีมูลค่าการลงทุน 46,000 ล้านบาท และความพยายามประคับประคองกิจการในช่วงโควิด-19 โดยที่บริษัทไม่เคยเพิ่มทุนเพื่อผลักภาระให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งปัจจุบัน บมจ.ดุสิตธานี ได้พิสูจน์แล้วว่ากำลังจะก้าวผ่านช่วงที่ยากลำบากที่สุดและกลับมาเติบโตอีกครั้ง เนื่องจากโครงการต่างๆ กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ แห่งใหม่ และโครงการ ดุสิต เรสซิเดนเซส ที่มียอดขายไปแล้วกว่า 92% ซึ่งจะช่วยปลดภาระหนี้และสร้างรายได้ให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลว่า ทำไมวันนี้ถึงต้องออกมาแถลง? นายชนินทร์ ระบุว่า เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือการพยายาม Take Over ดุสิตธานีโดยไม่เป็นธรรม มันคือเรื่องของอนาคตบริษัทและแบรนด์ “ดุสิตธานี” ที่เราสร้างมากว่า 76 ปี ผมจึงต้องออกมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม ขอความเป็นธรรม และไม่อยากให้ถูกเข้าใจผิด
เมื่อถามถึง ความสัมพันธ์กับกลุ่มเซ็นทรัลจริงๆ เป็นอย่างไร? นายชนินทร์ ระบุว่า “เรากับกลุ่มเซ็นทรัลเป็นพันธมิตรร่วมกันในโครงการดุสิตเซ็นทรัลพาร์ค และเซ็นทรัลเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่งในดุสิตธานี ซึ่งที่ผ่านมาผมเคยเจรจาขอร้องไม่ให้เข้ามานั่งในคณะกรรมการ เพราะธุรกิจเรามีการทับซ้อนกัน การที่วันนี้มีรายชื่อกรรมการใหม่ที่เชื่อมโยงกับพวกเขา ผมจึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่น่ากังวลต่ออนาคตบริษัท”
นายชนินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การต่อสู้ส่วนตัว แต่เป็นการปกป้อง บมจ.ดุสิตธานี ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยและมรดกทางจิตวิญญาณของครอบครัวที่สร้างมานานกว่า 76 ปี จากการถูกยึดครองอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมยืนยันว่า ดุสิตธานี ควรเป็นบริษัทที่มีความอิสระและไม่ควรตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทอื่น และขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังอยู่กับ ดุสิตธานี ตลอดไป และจะใช้สิทธิที่มีในการดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้ององค์กร
ขณะเดียวกัน บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DUSIT) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 ในวันที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เพียงรูปแบบเดียว โดยกำหนด Record Date ในวันที่ 10 กันยายน 2568
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามสิทธิของผู้ถือหุ้นตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวาระสำคัญ อาทิ
- รับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568
- พิจารณาอนุมัติงบการเงินปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567
- พิจารณาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการ รวมถึงการถอดถอนและแต่งตั้งกรรมการใหม่ โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ
- พิจารณาเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการ และมอบอำนาจในการดำเนินการจดทะเบียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าวว่า การจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ เป็นกระบวนการปกติภายใต้กฎหมายและหลักบรรษัทภิบาล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องสำคัญของบริษัทฯ
“ดิฉันขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น โดยทีมผู้บริหารและพนักงานทุกคนยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ จนกว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีมติ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต บริษัทฯ พร้อมที่จะแจ้งให้ทราบโดยทันที และเรายังคงยึดมั่นในการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ด้วยความโปร่งใสภายใต้หลักธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน”
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มดุสิตธานี ได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ โดยมุ่งหวังที่จะวางรากฐานที่มั่นคงให้กับดุสิตธานี โดยเฉพาะโครงการสำคัญอย่าง ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งนับเป็นอีกก้าวแห่งประวัติศาสตร์ที่จะยกระดับบริษัทฯ เข้าสู่ Chapter ใหม่
“หลังจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวจากสิ่งที่ผู้บริหารและพนักงาน รวมถึงคณะกรรมการบริษัทฯ ได้สร้างไว้ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้บริหาร แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้อย่างแน่นอน คือ การที่ดุสิตธานีจะสามารถรับรู้รายได้และผลกำไรในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภายในปีหน้า หลังจากจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอาคารที่พักอาศัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มดุสิตธานี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานีกล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรายงานความคืบหน้าต่อผู้ถือหุ้นและตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
