Brick Insight
AI แย่งงาน เจนซี ผลกระทบปัญญาประดิษฐ์ต่อเด็กจบใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล | Brick Insight
Brick Insight – เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานทั่วโลกอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่และกลุ่มเจนซี (Gen Z) ที่ต้องเผชิญกับภาวะการจ้างงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากสถานประกอบการและองค์กรธุรกิจต่าง ๆ เริ่มนำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้ทดแทนแรงงานมนุษย์เพื่อลดต้นทุน ส่งผลให้ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น (Entry-level) ที่เคยเป็นก้าวแรกของชีวิตการทำงานกำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากตลาด
จากข้อมูลเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 อัตราการประกาศรับเด็กจบใหม่ลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับปี 2566 แม้ว่าในรายงานจะไม่ได้บอกตรงๆว่าเป็นผลมาจาก AI แต่อาชีพที่รับสมัครลดลง คือ อาชีพที่ AI ทำได้ดีกว่า เช่น data engineers , นักพัฒนาซอร์ฟแวร์ , พนักงานคอลเซ็นเตอร์ และนักวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะสายการเงินและสายวิเคราะห์ความเสี่ยง ขณะที่ผลสำรวจนายจ้างฝั่งโลกตะวันตก พบว่า 41% บอกว่า ยอมรับได้ถ้า AI จะเข้ามาทดแทนคนทำงานในองค์กร และในนั้น 31% มองว่า จะมองหา AI เพื่อนำมาทำงาน ก่อนที่จะเลือกรับสมัครคนใหม่ๆ
อ่าน : ผลสำรวจการ์ทเนอร์ชี้ซีอีโอ 80% เตรียมรื้อระบบการทำงานครั้งใหญ่ รับมือยุคธุรกิจอัตโนมัติจากอิทธิพล AI
นับตั้งแต่การเปิดตัวของ ChatGPT สู่สาธารณะเมื่อราว 4 ปีก่อน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนมีหลากหลายระบบเกิดขึ้นในปัจจุบัน ความสามารถของ AI ในการทำงานซ้ำ ๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการไอที (IT Industry) ซึ่งเดิมทีเคยเป็นสายงานที่ให้ผลตอบแทนและอัตราเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับเด็กจบใหม่ในระดับที่สูงกว่าสายงานอื่น ๆ แต่ในปัจจุบัน พนักงานบางส่วนเริ่มถูกมอบหมายให้ทำงานเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว โดยใช้เหตุผลว่ามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งในด้านงานออกแบบกราฟิก งานขาย และงานดูแลลูกค้า
ในการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีของบางบริษัท ผู้บริหารสามารถนำ AI มาใช้อยู่ในกระบวนการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน รวมถึงการสร้างระบบอัตโนมัติที่สามารถตรวจสอบช่องโหว่ของรหัสคอมพิวเตอร์ (Code) ได้โดยตรง โดยการให้ปัญญาประดิษฐ์ตัวหนึ่งทำหน้าที่เขียนระบบ และใช้อีกตัวหนึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้สามารถดำเนินการได้โดยสัดส่วนการใช้แรงงานมนุษย์ที่ลดลงอย่างมาก แม้ในมุมของธุรกิจจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตลงได้จริง แต่ในทางกลับกันก็นับเป็นภัยเงียบที่ส่งผลต่อโอกาสการจ้างงานของแรงงานไร้ประสบการณ์
ปัจจัยเหล่านี้สร้างแรงกดดันต่อกลุ่มเจนซี (Gen Z) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่เติบโตมาในช่วงเวลาของความผันผวน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (COVID-19) ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่มั่นคงในอาชีพการงาน
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์มนุษย์ เพราะในอดีตเคยมีตำแหน่งงาน เช่น ช่างเรียงพิมพ์ ที่สูญหายไปหลังการเข้ามาของเครื่องพิมพ์ระบบดิจิทัล รวมถึงอาชีพนักพิสูจน์อักษรที่เริ่มลดจำนวนลงเช่นกัน
แต่อีกด้านหนึ่ง ความท้าทายนี้ก็ผลักดันให้เกิดอาชีพใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่เทคโนโลยีทำแทนไม่ได้ เช่น ผู้เชี่ยวชาญในการเขียนพร้อมท์ (Prompt Engineer) หรือเจ้าหน้าที่เขียนคำสั่งปัญญาประดิษฐ์เฉพาะด้าน รวมถึงทำให้คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจในสายงานวิชาชีพและช่างฝีมือเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ สิ่งที่ภาคส่วนต่าง ๆ ต้องพึงระวังในอนาคตคือ ความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายเมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้เหลือผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในตลาด เนื่องจากเมื่อองค์กรธุรกิจมีความจำเป็นต้องพึ่งพาและใช้งานระบบจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการทำงานแล้ว ผู้ให้บริการอาจปรับเพิ่มอัตราค่าบริการรายเดือนขึ้นในภายหลัง ซึ่งเป็นลักษณะทางธุรกิจที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในแพลตฟอร์มบริการรับส่งผู้โดยสาร-ขนส่งอาหาร
ดังนั้น การปรับเปลี่ยนแนวคิดและการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแรงงานในยุคปัจจุบัน
