ข่าว
BEM เผยผู้ใช้บัตร EMV รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสีม่วงพุ่ง 60% พร้อมรองรับนโยบายตั๋วร่วมรัฐบาล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยยอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ผ่านระบบ EMV Contactless เติบโตสูงถึง 60% หลังเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ พร้อมประกาศความพร้อมรองรับนโยบายตั๋วร่วมของรัฐบาล และมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วม 17-45 บาทต่อเที่ยว เพื่อช่วยลดค่าครองชีพด้านการเดินทางให้แก่ประชาชน
ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจากเปิดให้ผู้โดยสารใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต บัตรพรีเพด และบัตรแมงมุม ในรูปแบบ EMV Contactless เดินทางในระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีม่วงเต็มระบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีสัดส่วนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการชำระเงินประเภทอื่น เนื่องจากระบบประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติรองรับการแตะบัตรได้ทุกช่องทาง ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและเชื่อมต่อโครงข่ายในระยะยาว
การเตรียมความพร้อมระบบ EMV ดังกล่าว ถือเป็นส่วนสำคัญในการรองรับนโยบายตั๋วร่วมและอัตราค่าโดยสารร่วม 17-45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนกรณีเปลี่ยนสายทาง ซึ่งรัฐบาลมีแผนจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยกำหนดให้ผู้โดยสารต้องชำระค่าโดยสารผ่านบัตร EMV Contactless เท่านั้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนมาตรการลดค่าครองชีพด้านการเดินทางของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ BEM ยังเตรียมแผนรองรับการเติบโตในระยะยาวจากการเปิดให้บริการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก ที่คาดว่าจะเริ่มทดลองเดินรถช่วงปลายปี 2570 โดยประเมินว่าจะมีผู้โดยสารใช้งานราว 100,000 เที่ยวต่อวันในระยะแรก และจะเพิ่มขึ้นเป็น 300,000 เที่ยวต่อวัน เมื่อเปิดให้บริการฝั่งตะวันตกในปี 2573 ซึ่งจะรองรับระบบ EMV เต็มรูปแบบเช่นกัน ทั้งนี้บริษัทได้จัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินอีกจำนวน 21 ขบวน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อโครงข่ายในอนาคต
ปัจจุบัน ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ อยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และธนาคารกรุงไทย ในฐานะผู้ให้บริการระบบ เพื่อรวบรวมข้อจำกัดต่างๆ นำมาปรับปรุงระบบให้มีความเสถียร ได้มาตรฐาน และตอบสนองต่อการใช้งานของผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
