ข่าว
แกร็บฟู้ด เผย 5 เทรนด์อาหารปี 2026 ชู มัทฉะ-พิสตาชิโอ-เผือก และ คราฟท์เบเกอรี ครองตลาด พร้อมจับตาเครื่องดื่มคัสตอมไมซ์และกระแส ฮาลาลอีโคโนมี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แกร็บฟู้ด (GrabFood) แอปพลิเคชันสั่งอาหารในประเทศไทย เปิดเผยรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” (A Comprehensive Guide for 2026 Restaurateurs) ภายในงานประกาศรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 โดยระบุถึง 5 เทรนด์อาหารที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในปีนี้ นำโดยกลุ่มรสชาติ มัทฉะ (Matcha) พิสตาชิโอ (Pistachio) และ เผือก (Taro) ที่กลายเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูคาวหวานและเครื่องดื่ม ควบคู่ไปกับกระแส คราฟท์เบเกอรี (Craft Bakery) และเมนูไวรัลจากโซนเอเชีย รวมถึงโอกาสใหม่ในกลุ่ม ฮาลาลอีโคโนมี (Halal Economy) จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง
กลุ่มรสชาติที่สะท้อนความเรียบง่ายแต่หรูหราอย่าง มัทฉะ ยังคงได้รับความนิยมสูงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ขณะที่ พิสตาชิโอ กลายเป็นวัตถุดิบดาวรุ่งในเมนูของหวาน เช่น พิสตาชิโอทีรามิสุ จากร้าน PISTA& และ ทาร์ตไข่พิสตาชิโอ จากร้าน Hashtag B โดยมียอดการค้นหาบน แกร็บฟู้ด พุ่งสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว เช่นเดียวกับ เผือก ที่มาแรงในหมวดเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเมนู ชานมเผือก ที่มียอดขายเติบโตกว่าเท่าตัว สะท้อนรสนิยมแบบ Calming Luxury ของกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และคุณภาพ
ในส่วนของภาคธุรกิจเบเกอรี เทรนด์ คราฟท์เบเกอรี เริ่มขยายตัวจากกลุ่มเฉพาะส่วน (Niche) สู่ตลาดมวลชน (Mass) มากขึ้น ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเนื้อสัมผัสและคุณภาพของแป้ง ส่งผลให้เมนู ซาวโดวจ์ (Sourdough) หรือขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติได้รับความนิยมสูง นำมาสู่การสร้างสรรค์เมนูอย่าง ซาวโดวจ์ แซนวิช จากร้าน Holey Artisan Bakery และ BARTELS นอกจากนี้ยังพบเทรนด์ Flavor Profile Pairing หรือการจับคู่รสชาติที่ซับซ้อน เช่น เบเกิลข้าวซอย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างร้าน Two Men Bagel และ อองตอง ข้าวซอย ที่ผสมผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับรสชาติไทยได้อย่างลงตัว
ด้านพฤติกรรมการดื่ม เครื่องดื่มในยุคนี้ต้องสามารถ คัสตอมไมซ์ (Customized Drinks) หรือปรับแต่งได้ตามไลฟ์สไตล์ เช่น การเพิ่มส่วนผสมด้านสุขภาพอย่าง โปรตีนพืช คอลลาเจน หรือพรีไบโอติกส์ จากร้าน Boost Juice Bar หรือ PASH Juices and Smoothies ขณะเดียวกันรูปลักษณ์ของเครื่องดื่มต้องมีความสวยงามเพื่อรองรับการใช้งานบนโซโซียลมีเดีย เช่น เมนู ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้ จากร้าน 1:2 Coffee หรือสมูทตี้จากร้าน Oh! Juice และ PLANTIFUL ที่เน้นการจัดวางเลเยอร์สีสันให้ถ่ายรูปสวย
นอกจากนี้ อิทธิพลจากซอฟต์พาวเวอร์ในเอเชีย ทั้งจากจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงสร้างเมนูไวรัลให้กลุ่ม Gen Z อย่างต่อเนื่อง อาทิ โอซาก้า ครีมพัฟ (Osaka Cream Puff) จากร้าน The Pastry&Co เมนู ดูไบชิววี่คุกกี้ จากร้าน Holiday Pastry ที่รับอิทธิพลมาจากเกาหลี และ เค้กไก่หยอง จากเซี่ยงไฮ้ ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มองหาความแปลกใหม่
อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามองคือ ฮาลาลอีโคโนมี เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางที่มีกำลังซื้อสูง และชื่นชอบอาหารรสชาติเข้มข้น รวมถึงการรับประทานอาหารในช่วงกลางคืน ทำให้ร้านอาหารอย่าง บุรามาลี (BuraMarie) ในเครือ iBerry Group และร้าน ภูเก็ตทีค (Phuketique) ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยร้านภูเก็ตทีคมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติจากตะวันออกกลางถึง 90% และสามารถขยายสาขาไปยังกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้สำเร็จ
ข้อมูลจากรายงานระบุว่า ในยุคที่อาหารไม่ได้เป็นเพียงสินค้าแต่เป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนตัวตน ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารจึงขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์นั้นสามารถเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในปี 2026 นี้
