ข่าว
ส่องเทรนด์ Solo Economy คนโสดไทยวางแผนซื้อบ้านพุ่งสูง เน้นโครงการเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2566 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยให้เห็นการเติบโตของกลุ่ม Solo Economy หรือเศรษฐกิจคนโสด พบว่า 1 ใน 5 ของคนไทยมีสถานะโสด โดยเฉพาะกลุ่มวัยเจริญพันธุ์ที่มีสัดส่วนสูงถึง 40.5% ส่งผลให้คนกลุ่มนี้กลายเป็นผู้บริโภคหลักที่มีกำลังซื้อสูงและมีอิสระในการตัดสินใจ ซึ่งข้อมูลจาก ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ระบุว่าคนโสดกว่า 74% ให้ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และกว่า 76% มองหาโครงการที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-friendly) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตลำพังแบบ Pet Humanization ที่เลี้ยงสัตว์เป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัว
พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของคนโสดยุคใหม่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อ-เช่าอสังหาฯ ของ ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) พบว่ากลุ่มคนโสดถึง 61% วางแผนย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ภายใน 1 ปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่อยู่ที่ 42% ในขณะที่การเตรียมความพร้อมด้านการเงินพบว่า 38% เริ่มออมเงินมาได้ครึ่งทางแล้ว และอีก 31% มีเงินออมเพียงพอสำหรับซื้อที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักใน 1 ปีข้างหน้าของกลุ่มนี้คือการเก็บเงินซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นอันดับแรก (22%) รองลงมาคือการใช้จ่ายเพื่อครอบครัวและท่องเที่ยว (14%) และการสร้างกองทุนฉุกเฉิน (13%)
สำหรับการเตรียมตัวกู้ซื้อบ้านฉบับคนโสดนั้น มีข้อแนะนำสำคัญคือการเลือกขนาดและราคาที่เหมาะสม เนื่องจากต้องรับภาระการผ่อนชำระเพียงลำพัง จึงไม่ควรเลือกโครงการที่มีราคาสูงเกินกำลังจนขาดสภาพคล่องในอนาคต นอกจากนี้การสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีผ่าน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยควรมีประวัติการชำระหนี้ที่สม่ำเสมออย่างน้อย 3 ปี และหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ใหม่หรือการใช้บัตรกดเงินสดอย่างต่อเนื่องในช่วงที่กำลังจะยื่นกู้
ในด้านนโยบายรัฐ แม้ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการผ่อนคลายมาตรการ LTV (Loan-to-Value) ทำให้สามารถกู้ได้เต็ม 100% สำหรับสัญญาที่ทำระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569 แต่การเตรียมเงินดาวน์ไว้ประมาณ 10-20% ยังเป็นเรื่องที่ควรทำ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินและลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว นอกจากนี้ผู้กู้ควรควบคุมอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ไม่ให้เกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวด
หากรายได้เพียงลำพังไม่เพียงพอต่อการขออนุมัติวงเงินที่ต้องการ คนโสดยังสามารถเลือกใช้วิธี กู้ร่วม กับคนในครอบครัว เช่น พ่อแม่ พี่น้อง หรือญาติ เพื่อเพิ่มวงเงินกู้ให้สูงขึ้น แต่ต้องมีการตกลงรายละเอียดเรื่องกรรมสิทธิ์และการผ่อนชำระให้ชัดเจนเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทั้งนี้สำหรับประเด็นความกังวลเรื่องทรัพย์สินหากมีการแต่งงานในภายหลัง ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทรัพย์สินที่ได้มาโสดจะถือเป็น สินส่วนตัว ไม่นับเป็น สินสมรส เว้นแต่จะมีการลงชื่อร่วมในภายหลังซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมและภาษีตามเกณฑ์ของ กรมสรรพากร และกรมที่ดินกำหนด
