ข่าว
บก.ปอท. ร่วม ทรู และ กสทช. บุกค้นอาคารต้องสงสัยแม่สาย ตัดสัญญาณเน็ตเถื่อนส่งข้ามแดนสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation เข้าตรวจสอบอาคารต้องสงสัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังพบการใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตผิดปกติที่คาดว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตัดสัญญาณและตรวจยึดอุปกรณ์ส่งสัญญาณข้ามแดนทันทีเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. นำกำลังเข้าตรวจค้นอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา หลังจากได้รับข้อมูลสนับสนุนทางเทคนิคจาก ทรู (True) ว่ามีการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน จากการตรวจสอบภายในห้องพักไม่พบผู้อยู่อาศัย แต่พบอุปกรณ์รวบรวมและกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ติดตั้งไว้เพื่อส่งสัญญาณข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐาน
พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุน คดีเทคโนโลยี บก.ปอท. สอบสวนกลาง ระบุว่า “จากการความร่วมมือกับทรู และผู้ให้บริการรายอื่นในการปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ พบว่ามีห้องหนึ่งที่เช่าอะพาร์ตเมนต์ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดกับชายแดน มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สูงผิดปกติ จึงได้ดำเนินการสอบสวน และเฝ้าติดตาม จนมั่นใจได้ว่ามีการใช้งานในทางผิดกฎหมาย และพบจุดน่าสงสัยอื่นๆ เช่นผู้เช่าห้องเคยมีความผิดทางคดีต่างๆ และสืบต่อในทางลับ จึงได้ขอหมายศาลในการตรวจค้นห้องดังกล่าว พบว่ามีการลักลอบใช้อุปกรณ์ผิดกฎหมายส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปทางเมียนมา และร่วมมือกับทรูและผู้ให้บริการรายอื่นตัดวงจรให้บริการทันที และยึดอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งติดตามคนร้ายให้ได้โดยไวเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป”
ด้าน นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation กล่าวว่า “ทรู ยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พร้อมทั้ง สำนักงาน กสทช. ในการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามขบวนการอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนและสังคมไทย”
นอกจากมาตรการเชิงรุกในการตัดสัญญาณแล้ว ทาง ทรู (True) ยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการลงทะเบียนซิมการ์ด โดยนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานที่มีความเสี่ยง รวมถึงเปิดตัวบริการ ทรูไซเบอร์เซฟ (True CyberSafe) เพื่อช่วยบล็อกข้อความ SMS ที่มีลิงก์อันตรายหรือเว็บไซต์ต้องสงสัยให้กับผู้ใช้งานในเครือข่ายทั้ง ทรู (True) และ ดีแทค (dtac) โดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยไซเบอร์เบื้องต้นให้กับผู้บริโภค
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลจากพยานหลักฐานที่ยึดได้ เพื่อระบุตัวตนของผู้เช่าอาคารและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรม ซึ่งจะนำไปสู่การออกหมายจับและทลายเครือข่ายสนับสนุนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ไทยเป็นฐานส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตออกสู่ต่างประเทศต่อไป
