การเมือง
กกต. ชี้แจง บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง “ไม่ระบุตัวตน” เป็นความลับแน่! เก็บแยกต้นขั้วชัดเจน ใครจะมาแอบแกะดูเชื่อมโยงไม่ได้
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยากร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ ECT ชี้แจงข้อกังวลกรณี บัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ดที่อาจนำไปสู่การตรวจสอบการลงคะแนนย้อนหลัง เมื่อช่วงเวลา 14.00 น. วันนี้ 13 ก.พ. 69 โดยยืนยันว่ากระบวนการเลือกตั้งถูกออกแบบมาให้เป็นการ ลงคะแนนลับ อย่างแท้จริง เนื่องจากมีการแยกต้นขั้วบัตรออกจากตัวบัตร ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนนได้ พร้อมย้ำขั้นตอนการจัดเก็บรักษาบัตรที่รัดกุมเพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูล
รองเลขาธิการ กกต. อธิบายถึงขั้นตอนการใช้สิทธิว่า เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขียนต้นขั้วและรับบัตรเข้าคูหา การกากบาทลงคะแนนจะเป็นความลับที่ผู้ใช้สิทธิรู้เพียงคนเดียว ทั้งนี้ กฎหมายยังระบุโทษทางอาญาและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สำหรับผู้ที่นำบัตรไปแสดงให้ผู้อื่นเห็น หรือใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว ดังนั้นความกังวลเรื่องการเปิดเผยคะแนนจึงไม่ควรเกิดขึ้นหากปฏิบัติตามกฎหมาย
ในส่วนของกระบวนการหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะทำการนับคะแนนโดยไม่ทราบว่าเป็นบัตรของใคร เนื่องจากต้นขั้วบัตรถูกแยกเก็บไว้ต่างหาก เมื่อนับเสร็จสิ้น บัตรดีและบัตรเสียจะถูกบรรจุลงในถุงวัสดุใสและรัดด้วยเคเบิ้ลไทร์ ก่อนนำใส่หีบบัตร ล็อกเทปกาว และรัดเคเบิ้ลไทร์อีกชั้นเพื่อส่งไปยังศูนย์รวมคะแนน
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า เมื่อหีบบัตรถูกส่งไปถึงศูนย์ อนุกรรมการฯ จะนำบัตรจากทุกหน่วยมาเทรวมกันในหีบใบใหญ่โดยไม่เปิดถุงชั้นใน ทำให้บัตรคละกันจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่ามาจากหน่วยใด ในขณะที่ต้นขั้วบัตรและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะถูกส่งไปเก็บรักษาแยกกัน ณ ที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ หรือที่ทำการอำเภอ โดยมีกำหนดเก็บรักษาไว้เป็นเวลา 2 ปี จนกว่าจะพ้นระยะเวลาร้องเรียนจึงจะทำลายทิ้ง
“บัตรพวกนี้ใครทำอะไรไม่ได้ กกต. เปิดดูเองก็ไม่ได้ เราอยากรู้ว่ามีบัตรของใครก็ทำไม่ได้ กกต. ไม่มีอำนาจ ทำได้อย่างเดียว คือเปิดเพื่อนับคะแนนใหม่ ดังนั้น การลงคะแนนจึงลับแน่” รองเลขาธิการ ECT กล่าวเน้นย้ำ
สำหรับประเด็นคำถามเรื่องบาร์โค้ดบนบัตร ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ทิ้งท้ายว่า แม้จะมีการสแกนบาร์โค้ดออกมา ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน เนื่องจากต้นขั้วบัตรถูกแยกเก็บและนำไปรวมกันจนไม่สามารถจับคู่ได้ บัญชีรายชื่อก็ถูกส่งไปเก็บที่สำนักทะเบียน ดังนั้นขอให้มั่นใจว่ากระบวนการที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดทุกขั้นตอน เป็นไปโดยตรงและลับตามหลักการประชาธิปไตย
