ข่าว
Marketing และ Work from Home ครองแชมป์คำค้นหายอดฮิตบน Jobsdb by SEEK สะท้อนเทรนด์แรงงานไทยยุคดิจิทัล
สำนักข่าวบริคอินโฟ – แพลตฟอร์มหางานออนไลน์ Jobsdb by SEEK (จ๊อบส์ดีบี บาย ซีก) เปิดเผยรายงานอันดับคำค้นหางานยอดนิยม (Top Keywords Search) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 พบว่าสายงาน Marketing (การตลาด) และรูปแบบการทำงานแบบ Work from Home (ทำงานที่บ้าน) เป็นคีย์เวิร์ดที่ได้รับความนิยมสูงสุด 2 อันดับแรก สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานไทยที่มุ่งเน้นทักษะด้านดิจิทัล การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และความต้องการสมดุลในการใช้ชีวิตที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
รายงานระบุว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2568 คำค้นหาที่ได้รับความนิยมสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย Marketing, Work from Home, Data Analyst (นักวิเคราะห์ข้อมูล), HR (ทรัพยากรบุคคล) และ Engineer (วิศวกร) โดยกลุ่มสายงานการตลาดและวิเคราะห์ข้อมูลแสดงให้เห็นถึงทิศทางขององค์กรที่ปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งเน้นการวัดผลจริงผ่านข้อมูลและการสื่อสารผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม ขณะที่สายงานวิศวกรรมยังคงมีความต้องการสูงในฐานะกำลังหลักด้านนวัตกรรม ส่วนสายงานทรัพยากรบุคคลได้ยกระดับสู่บทบาทเชิงกลยุทธ์ในการเฟ้นหาและรักษาบุคลากรท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น
คุณดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK กล่าวว่า “คีย์เวิร์ดการค้นหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าคนทำงานยุคใหม่ในไทยล้วนมองหา ทักษะ โอกาสเติบโต และความยืดหยุ่น ควบคู่กัน ทั้งในมิติของการยกระดับทักษะให้สอดรับกับโลกดิจิทัล การบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่าง Work from Home ที่ไม่ได้เป็นเพียงกระแสหรือเทรนด์ฮิตอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจสมัครงานและเลือกองค์กรด้วยเช่นกัน”
นอกจากนี้ยังพบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในช่วงปลายปี เมื่อคำค้นหาอย่าง New Graduate (บัณฑิตจบใหม่) และ Internship (การฝึกงาน) พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงการตื่นตัวของแรงงานรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าสู่ตลาดงาน โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับตำแหน่งงานที่มีความก้าวหน้าชัดเจนและโอกาสในการพัฒนาทักษะจากประสบการณ์จริง ซึ่งถือเป็นสัญญาณให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์การสรรหาและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อต่อการเรียนรู้เพื่อดึงดูดบุคลากรกลุ่มนี้
ภาพรวมการค้นหาดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ความนิยมของผู้สมัครงานเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ให้องค์กรนำไปปรับใช้ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความยืดหยุ่นของสถานที่ทำงาน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว
