ข่าว
เอสซีจีแนะไทยใช้ ASEAN Strategy ดึงดูด FDI รับมือระเบียบโลกใหม่ในงาน Thailand Focus 2026
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอสซีจี (SCG) ชี้วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลกและกระแส China+1 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระยะยาว แนะภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมไทยใช้ยุทธศาสตร์อาเซียน หรือ ASEAN Strategy ขยายขนาดตลาดเพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน พร้อมยกระดับเทคโนโลยีรับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มุ่งสู่ภูมิภาค
ในงานสัมมนา Thailand Focus 2026 นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในวงเสวนาหัวข้อ “Geopolitics to Profit: Which Thai Sectors Will Win from Global Realignment?” โดยระบุว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะสร้างความไม่แน่นอน แต่ไทยได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายฐานทุน ส่งผลให้ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในปี 2569 มีมูลค่าแตะระดับ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) เทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมลดคาร์บอน เศรษฐกิจสีเขียว และการรีไซเคิล
ขณะเดียวกันภาครัฐได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจผ่านคณะอนุกรรมการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเจรจาผลักดันความตกลงการค้าเสรี (FTA) การพัฒนาทักษะแรงงานและทุนมนุษย์ การขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ตลอดจนการเพิ่มความคล่องตัวของขั้นตอนราชการด้วยระบบ Super-licensing ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนของประเทศในระยะยาว 20 ปีข้างหน้า

นายธรรมศักดิ์เน้นย้ำถึงแนวโน้มการกระจายห่วงโซ่อุปทานแบบ China+1 ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างที่ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ โดยนำสินค้าและกระบวนการผลิตมาต่อยอดในระดับภูมิภาคอาเซียนเพื่อสร้างขนาดตลาด (Scale) รวมถึงเปลี่ยนผ่านจากการรับจ้างผลิตหรือประกอบชิ้นส่วน (OEM) ไปสู่การดูดซับเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานของประเทศ
ด้านแนวทางการปรับตัวของภาคเอกชน เอสซีจีได้ปรับโครงสร้างการผลิตในภูมิภาคอาเซียนด้วยการทยอยปิดโรงงานขนาดเล็กที่มีเทคโนโลยีเดิม แล้วรวมศูนย์สู่การก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการสูญเสีย และประหยัดพลังงาน ซึ่งเป็นแนวทางในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันอย่างยั่งยืน
