การเมือง
รัฐบาลใช้วิทยาศาสตร์ฟื้นทะเลไทย ดันธนาคารปูม้า-โดมปะการัง หนุนภาคใต้สู่ Living Lab ระดับนานาชาติ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลขับเคลื่อนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ให้ชุมชน ผ่านโครงการสำคัญ เช่น ธนาคารปูม้า โดมปะการัง และการอนุรักษ์โลมาอิรวดี พร้อมเตรียมผลักดันพื้นที่ภาคใต้สู่พื้นที่ทดลองจริง หรือ Living Lab เพื่อดึงดูดความร่วมมือด้านการวิจัยจากนานาชาติ
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้นำผลงานวิจัยมาใช้ฟื้นฟูระบบนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) หรือ National Research Council of Thailand (NRCT) ได้ขยายผลโครงการ ธนาคารปูม้า ไปแล้ว 565 แห่ง ใน 20 จังหวัดชายฝั่ง ส่งผลให้ปริมาณปูม้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 67% พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ 52 แห่ง นอกจากนี้ อว. ยังมีแผนนำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้วิเคราะห์สภาพน้ำและสภาพอากาศเพื่อเพิ่มอัตราการรอดของลูกปู รวมถึงประสานงานร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) และกลุ่มสตาร์ตอัปในการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้า
สำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง มีการใช้นวัตกรรม โดมปะการัง ทำหน้าที่เป็นแนวกำบังคลื่นใต้น้ำแบบพรุน ช่วยลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ซึ่งจากการติดตามผลพบสัตว์น้ำเข้ามาอาศัย 64 ชนิด และช่วยให้ชายหาดฟื้นตัว 2.99 ไร่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งโดมปะการังชุดใหม่จำนวน 797 แท่ง ที่ตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ส่วนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา เน้นการส่งเสริมอาชีพทางเลือกให้แก่ชุมชน เช่น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการแปรรูปผลผลิต เพื่อลดกิจกรรมประมงที่กระทบต่อถิ่นอาศัยของโลมา
ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็น Living Lab ภายใต้แนวคิด Nature Positive เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยและเทคโนโลยีจากทั่วโลกเข้ามาร่วมทดลองในระบบนิเวศจริง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พร้อมเชื่อมโยงไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พลังงานหมุนเวียน และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Medical Wellness Corridor) โดย อว. มีกำหนดนำเสนอแนวคิดดังกล่าวในการประชุม STS Forum ช่วงเดือนตุลาคม เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการและขยายผลโมเดลการอนุรักษ์สู่ระดับสากลต่อไป
