Connect with us

การเมือง

รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ วาง 3 เป้าหมายหนุนการผลิต ส่งออก และการจ้างงานในประเทศ

Published

on

ZEEKR จัดกิจกรรม ZEEKR ON ICE นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นจำหน่ายจริงทดสอบระบบขับเคลื่อนและการทรงตัวบนลานหิมะและน้ำแข็ง ณ ประเทศนิวซีแลนด์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยกระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพสามิตพิจารณาอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีการลงทุน ผลิต ใช้ชิ้นส่วน และสร้างการจ้างงานภายในประเทศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพิจารณาโครงสร้างภาษีครอบคลุมยานยนต์ทั้งระบบ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เนื่องจากตลาด EV เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) บางฉบับให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีศุลกากรแก่รถยนต์สำเร็จรูปนำเข้า รัฐบาลจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตควบคู่กัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมตลาด การลงทุน และการผลิตในประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำหนด 3 เป้าหมายสำคัญในการดำเนินงาน ได้แก่ การนำเข้าเพื่อการลงทุน (Investment-Driven Import) โดยเปิดให้นำเข้ารถยนต์เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อศึกษาตลาดก่อนต่อยอดสู่การตั้งฐานการผลิตจริงในไทย เป้าหมายต่อมาคือการผลิตเพื่อส่งออก มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค (Regional EV Hub) เพื่อขยายขนาดการผลิตและตลาดส่งออก และเป้าหมายสุดท้ายคือการยกระดับชิ้นส่วนในประเทศสู่มูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) ผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีใหม่ผ่านความร่วมมือและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

นางสาวรัชดา ระบุเพิ่มเติมว่า มาตรการส่งเสริมที่ผ่านมาช่วยกระตุ้นตลาดและดึงดูดเงินลงทุน เมื่ออุตสาหกรรมเข้าสู่ระยะถัดไป นโยบายภาครัฐจึงต้องปรับตัวให้ทันบริบท เพื่อรักษาและสร้างงานในภาคการผลิต ยกระดับห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการไทย และสร้างทางเลือกด้านเทคโนโลยีแก่ผู้บริโภค ขณะนี้กระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงสร้างอัตราภาษีและหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ

Advertisement