ข่าว
เนสท์เล่ปฏิเสธข้อกล่าวหาอดีตผู้บริหาร ยันดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล แจงปมหมายเรียกคดีร่วมทุน QCP
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เนสท์เล่ (Nestlé) ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่พาดพิงถึงอดีตผู้บริหาร 2 ท่าน กรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับ บริษัท ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด (Quality Coffee Products: QCP) โดยยืนยันว่าตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ บริษัทได้ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนมาโดยตลอด
แถลงการณ์ระบุว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกบุคคล 2 ท่าน เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากคำร้องทุกข์ของ นายประยุทธ มหากิจศิริ นั้น ข้อเท็จจริงคือบุคคลทั้งสองไม่ได้ทำงานให้กับบริษัท QCP แล้ว และได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปหลังจากการลาออกและเกษียณอายุ ส่งผลให้ไม่ได้รับหมายเรียกเนื่องจากเป็นการส่งไปยังสถานที่ที่ไม่ได้พักอาศัยหรือทำงานอยู่ ส่วนกรณีที่อาจมีการออกหมายจับนั้น เกิดขึ้นจากขั้นตอนกระบวนการที่ไม่มาตามหมายเรียก ซึ่งไม่ใช่คำตัดสินหรือข้อชี้ขาดในข้อกล่าวหาของนายประยุทธ โดยยังไม่มีการตัดสินจากหน่วยงานใดหรือศาลแต่อย่างใด

สำหรับสถานะของความร่วมมือทางธุรกิจ สัญญาร่วมทุนระหว่างเนสท์เล่และ QCP ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ส่งผลให้ QCP ยุติการดำเนินงานและไม่มีสิทธิในการผลิตผลิตภัณฑ์เนสกาแฟอีกต่อไปนับจากนั้นเป็นต้นมา หลังจากที่บริษัทไม่มีการดำเนินงานมานานกว่า 1 ปี ประกอบกับผู้ถือหุ้นของ QCP ยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตได้ นายรามอน เมนดีวิล จึงได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ QCP เมื่อเดือนมกราคม 2569
ด้านนายวิคเตอร์ เซียห์ อดีตประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารของ เนสท์เล่ อินโดไชน่า ได้ครบวาระและเกษียณอายุการทำงานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 หลังจากปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 8 ปี ทั้งนี้ เนสท์เล่ยืนยันความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ จัดจำหน่ายสินค้า และรับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยต่อไป
