ข่าว
ฟอร์ติเน็ตแนะองค์กรไทยยกระดับระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย MFA สู่มาตรฐานความปลอดภัยพื้นฐาน ป้องกันภัยคุกคามไซเบอร์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – การขยายตัวของบริการดิจิทัล ระบบคลาวด์ และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรที่ยังพึ่งพาการยืนยันตัวตนด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพียงชั้นเดียว ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีแบบสุ่มข้อมูลล็อกอิน หรือ Credential Stuffing จากชุดรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย หรือ MFA (Multi-Factor Authentication) กลายมาเป็นมาตรการความปลอดภัยพื้นฐานที่สำคัญขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
การนำระบบ MFA มาปรับใช้ เป็นการกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนด้วยหลักฐานอย่างน้อยสองประเภท เช่น สิ่งที่ผู้ใช้รู้ ได้แก่ รหัสผ่าน ควบคู่กับสิ่งที่ผู้ใช้มี เช่น รหัสผ่านแบบใช้ครั้งเดียว (OTP) หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์โทเคน ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าถึงระบบได้แม้รหัสผ่านจะถูกล่วงรู้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากรายงาน FortiGuard Incident Response Insights Report 2024 ชี้ว่าองค์กรต้องรับมือกับเทคนิคการโจมตีรูปแบบใหม่อย่างการส่งคำขออนุมัติซ้ำเพื่อกดดันผู้ใช้งาน (MFA Fatigue) หรือการหลอกล่อเอาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ปลอม องค์กรที่มีข้อมูลสำคัญสูงจึงจำเป็นต้องพิจารณาใช้วิธียืนยันตัวตนที่ทนทานต่อการฟิชชิง (Phishing-resistant MFA) ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากร
ปัจจัยสำคัญของความปลอดภัยคือการบังคับใช้ MFA อย่างครอบคลุมทุกบัญชี ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้บริหารหรือผู้ดูแลระบบเท่านั้น เนื่องจากช่องโหว่จากบัญชีพนักงานทั่วไปหรือช่องทางการเข้าถึงจากระยะไกล เช่น VPN สามารถกลายเป็นช่องทางให้ผู้โจมตีแทรกซึมและขยายขอบเขตความเสียหายได้ องค์กรจึงควรเชื่อมต่อระบบจัดการตัวตนส่วนกลาง เช่น FortiAuthenticator และ FortiToken เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิม ไม่ว่าจะเป็น Active Directory, LDAP, RADIUS หรือ SAML พร้อมกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ (Role-Based Access Control)
นอกจากนี้ การใช้งาน MFA จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับแนวคิด Zero Trust ที่ไม่ให้ความไว้วางใจโดยอัตโนมัติและมีการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งตัวตนผู้ใช้ อุปกรณ์ และพฤติกรรมการเชื่อมต่อ รวมถึงการสร้างระบบป้องกันแบบหลายชั้น (Defense-in-Depth) เช่น การแบ่งเครือข่ายเป็นโซนย่อย (Internal Segmentation) การป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล (Data Loss Prevention) และการวิเคราะห์พฤติกรรมที่น่าสงสัย เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนที่ข้ามระบบของผู้โจมตีได้อย่างทันท่วงที
ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริษัท ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ระบุว่า MFA ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงทางเลือกเสริม แต่ควรได้รับการยกระดับให้เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่ครอบคลุมทุกส่วน ตั้งแต่พนักงาน บุคคลภายนอก ไปจนถึงแอปพลิเคชันบนระบบคลาวด์ โดยผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเชิงนโยบาย ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตยังได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามและจัดโครงการพัฒนาทักษะความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ เพื่อรองรับความท้าทายจากภัยไซเบอร์ในยุคปัจจุบัน
