ข่าว
AOT เผยผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 1.48 หมื่นล้าน เตรียมเปิด Premium Service และพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รายงานผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.86 จากปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าแผนเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและเร่งพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยานเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – มิถุนายน 2569) มีจำนวนเที่ยวบินรวม 605,838 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.61 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 340,118 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 265,720 เที่ยวบิน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรวมอยู่ที่ 99.03 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.84 แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 60.24 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 38.79 ล้านคน
สำหรับผลการดำเนินงานทางการเงินในงวด 9 เดือนแรก AOT มีรายได้รวมทั้งสิ้น 50,205 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 14,812.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 549.96 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.86 โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริการลดลง 707.73 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.39 ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินลดลง 1,404.29 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.56 ขณะที่รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่มขึ้น 696.56 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.72 ส่วนค่าใช้จ่ายรวมลดลง 815.44 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.55

ทางด้านแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการเพิ่มรายได้ AOT กำลังพิจารณาเพิ่มบริการช่องทางพิเศษ หรือ Premium Service เพื่อลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสาร พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ขาเข้า และการบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานเพื่อรองรับเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ AOT ยังเดินหน้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบท่าอากาศยาน โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน เช่น การให้เช่าที่ดินแปลงศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มเติม และพื้นที่จอดรถ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมถึงพื้นที่บริเวณถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งมีเอกชนกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และคลังสินค้าแสดงความสนใจลงทุน 3-4 ราย โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดระยะเวลากระบวนการส่งออกและนำเข้าสินค้าทางอากาศลงเหลือ 3 ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตตามเป้าหมายขององค์กร
