ข่าว
กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ นำร่อง 500 เมกะวัตต์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เดินหน้าโครงการ โซลาร์ภาคประชาชน เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาสำหรับบ้านอยู่อาศัย โดยกำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ กำหนดราคารับซื้อที่ 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบได้
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ สำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มีมติเห็นชอบให้นำร่างประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย ออกไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย การดำเนินการนี้เป็นไปตามมติของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่ได้เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และมอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
นายพูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือ Solar PV Rooftop สำหรับภาคประชาชน ถือเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพลังงานด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน สนับสนุนการกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริม พลังงานสะอาด โดยโครงการนี้จะสนับสนุนบทบาทของประชาชนในฐานะผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบไฟฟ้าได้
สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ ได้กำหนดเป้าหมาย การรับซื้อไฟฟ้า ไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดอัตรา รับซื้อไฟฟ้า 2.20 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปี 2570 นอกจากนี้ร่างประกาศยังครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้า ขั้นตอนและกรอบระยะเวลาดำเนินการ อำนาจหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าและแบบร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.erc.or.th และระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 23 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 14 วัน เพื่อให้ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและร่วมแสดงความคิดเห็น ก่อนนำข้อเสนอแนะทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศให้มีความเหมาะสมและครบถ้วนต่อไป
