ข่าว
ออสเตรเลียเตรียมเสนอกฎหมายใหม่ ให้ผู้ใช้ปิดอัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 72 ล้านดอลลาร์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลกลางออสเตรเลียเตรียมเสนอร่างกฎหมายใหม่ กำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้งานสามารถปิดระบบอัลกอริทึมคัดสรรเนื้อหาบนหน้าฟีดได้ โดยหากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว อาจต้องเผชิญโทษปรับสูงสุดถึง 72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับใหม่ แพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ ติ๊กต็อก (TikTok), อินสตาแกรม (Instagram) รวมถึงแพลตฟอร์มอื่น ๆ จะต้องให้สิทธิ์ผู้ใช้เลือกว่าต้องการให้ระบบแนะนำโพสต์ตามพฤติกรรมและความสนใจส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งในทางปฏิบัติจะส่งผลให้ผู้ใช้งานสามารถปิดระบบดังกล่าวได้ โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสรุปแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนว่าควรบังคับให้แพลตฟอร์มกำหนดให้ผู้ใช้ต้องกดยืนยันเลือกใช้อัลกอริทึมด้วยตนเอง หรือเพียงแค่จัดทำตัวเลือกสำหรับปิดการทำงานเท่านั้น
นางแอนิกา เวลส์ (Anika Wells) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารออสเตรเลีย เปิดเผยผ่านสำนักข่าวเอบีซี (ABC) ว่า เป้าหมายของกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งหวังกำจัดระบบอัลกอริทึมออกไปทั้งหมด เนื่องจากผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงพึงพอใจกับระบบแนะนำเนื้อหา แต่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ควรเป็นฝ่ายมอบทางเลือกตั้งแต่แรก และต้องเคารพการตัดสินใจของผู้ใช้ เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการควบคุมสิ่งที่ปรากฏบนหน้าฟีดของตนเองมากขึ้น
ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายความปลอดภัยทางดิจิทัลในวงกว้าง เพื่อกำหนดความรับผิดชอบให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเมตา (Meta) และกูเกิล (Google) ต้องดำเนินการตรวจสอบและลดปริมาณเนื้อหาที่เป็นอันตรายบนแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม
แม้ร่างกฎหมายนี้จะเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายคัดค้าน โดยมองว่าเป็นความพยายามในการเซ็นเซอร์ข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่นางเวลส์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่การเซ็นเซอร์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการในเร็ววันนี้
