Connect with us

ข่าว

กกพ. เคาะค่าเอฟทีงวด ก.ย. – ธ.ค. 69 ที่ 16.23 สตางค์ ดันค่าไฟเฉลี่ยคงที่ 3.95 บาทต่อหน่วย

Published

on

กกพ. ย่อมาจาก คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (Energy Regulatory Commission) หรือ ERC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนกุมภาพันธ์ – ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) เข้ามาช่วยอุดหนุน

พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า การประชุม กกพ. ครั้งที่ 29/2569 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็นและเห็นชอบอัตราดังกล่าว ซึ่งสะท้อนประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าจริงจำนวน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงแบกรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท ขณะที่ กกพ. ได้จัดสรรเงิน Claw back จำนวน 16,127.17 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.04 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระ ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บปรับลดลงมาอยู่ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย

การกำหนดค่าเอฟทีครั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับอัตราค่าบริการตามมาตรา 65 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ที่เน้นความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า รวมถึงประกาศ กกพ. เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า พ.ศ. 2564 ข้อ 34 ที่เปิดช่องให้นำเงิน Claw back มาบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤต และรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบกำกับถัดไป โดย กกพ. ให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนจริง ภาระค่าครองชีพของประชาชน และความมั่นคงทางการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน

สำหรับผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ระหว่างวันที่ 13 – 20 กรกฎาคม 2569 มีผู้เข้าชม 168 ราย รวม 445 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 7 รายรายการ ซึ่งส่วนใหญ่กังวลเรื่องค่าครองชีพและเสนอให้คงอัตราค่าไฟฟ้าไว้ในระดับเดิม ซึ่ง กกพ. ได้นำข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Advertisement

หลังจากนี้ สำนักงาน กกพ. จะทำหนังสือแจ้งมติดังกล่าวไปยังการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อดำเนินการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามกำหนด พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อัตราแลกเปลี่ยน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาและจัดทำรายละเอียดตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อเสนอ กกพ. พิจารณาในขั้นตอนต่อไป

Continue Reading
Advertisement