ข่าว
กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟงวด ก.ย. – ธ.ค. 69 เสนอ 4 ทางเลือก 3.95 – 4.73 บาทต่อหน่วย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร หรือ ค่าเอฟที (Ft) สำหรับการเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 โดยเสนอทางเลือก 4 กรณี ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 3.95 ถึง 4.73 บาทต่อหน่วย เพื่อบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง ภาระต้นทุนคงค้าง และนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินมาช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ สำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. มีมติให้รับฟังความคิดเห็นต่อประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย เนื่องจากประมาณการค่าเอฟทีในรอบนี้ได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก และอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แม้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศจะลดลงตามฤดูกาลก็ตาม
สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา กกพ. ได้ทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้าง ซึ่งเกิดจากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. รับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงาน โดยปัจจุบันยอดคงเหลืออยู่ที่ 31,268 ล้านบาท ซึ่งในงวดนี้ได้นำเสนอแนวทางบริหารจัดการที่แตกต่างกัน 4 กรณี
กรณีที่ 1 เป็นการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft โดยจ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้ กฟผ. ทั้งหมดภายในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อคืนสภาพคล่องให้กับหน่วยงาน ส่งผลให้ค่าเอฟทีขายปลีกอยู่ที่ 94.82 สตางค์ต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.73 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากงวดปัจจุบัน ซึ่งราคานี้ยังไม่รวมยอดปรับปรุงภาระต้นทุนคงค้างค่าก๊าซธรรมชาติอีกราว 4.01 สตางค์ต่อหน่วย
กรณีที่ 2 คิดตามต้นทุนจริงประจำงวดตามข้อเสนอของ กฟผ. ส่งผลให้ค่าเอฟทีขายปลีกอยู่ที่ 46.27 สตางค์ต่อหน่วย โดย กฟผ. จะยังคงรับภาระต้นทุนคงค้างสะสม 31,268 ล้านบาทแทนประชาชน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.25 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากงวดปัจจุบัน
กรณีที่ 3 เป็นการปรับปรุงราคา Pool Gas โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ร่วมกับ กฟผ. ปรับลดราคา Spot LNG ลงมาอยู่ที่ 17.6 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยลดลง ส่งผลให้ค่าเอฟทีขายปลีกอยู่ที่ 41.27 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับขึ้นเป็น 4.20 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดย กฟผ. ยังคงแบกรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมทั้งหมด
กรณีที่ 4 เป็นการปรับปรุงราคา Pool Gas ร่วมกับการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ หรือ Claw back ทั้งหมดจำนวนประมาณ 16,127.17 ล้านบาท มาช่วยลดภาระในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก ส่งผลให้ค่าเอฟทีขายปลีกเหลือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย และทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยคงที่อยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เท่ากับงวดปัจจุบัน
รายละเอียดการเปรียบเทียบสมมติฐานที่ใช้คำนวณค่าเอฟทีตามกรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 กับงวดก่อนหน้า
| สมมุติฐาน | หน่วย | พ.ค. – ส.ค. 58 (ค่าไฟฟ้าฐาน) [1] | พ.ค. – ส.ค. 69 (ประมาณการ) [2] | ก.ย. – ธ.ค. 69 (ประมาณการ) [3] | เปลี่ยนแปลง [3]-[2] |
| – ราคา Pool Gas | บาท/ล้านบีทียู | 264 | 347 | 375 | +28 (+8.07%) |
| อ้างอิงน้ำมันดิบดูไบ | USD/บาเรล | 85.0 USD/บาเรล | 103.1 USD/บาเรล | +18.1 USD/บาเรล | |
| – ราคาน้ำมันเตา | บาท/ลิตร | 15.20 | 28.45 | 29.93 | +1.48 (+5.20%) |
| – ราคาน้ำมันดีเซล | บาท/ลิตร | 25.86 | 30.54 | 29.33 | -1.21 (-3.96%) |
| – ราคาลิกไนต์ (กฟผ.) | บาท/ตัน | 569.70 | 820.00 | 820.00 | 0 (0%) |
| – ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ย (IPPs) | บาท/ตัน | 2,826 | 3,107 | 3,429 | +322.99 (+10.40%) |
| สัดส่วนก๊าซธรรมชาติใน Pool Gas – อ่าวไทย – เมียนมา – LNG | พันล้านบีทียู/วัน | 3,682 2,514 854 314 | 3,749 1,531 413 1,805 | 3,477 1,521 405 1,551 | -272 (-7.26%) -10 (-0.65%) -8 (-1.94%) –254 (-14.07%) |
| วิธีการคิด Pool Gas ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า | Gulf Gas /Pool Gas | Two Pools | โครงสร้างราคา ก๊าซธรรมชาติใหม่** | โครงสร้างราคา ก๊าซธรรมชาติใหม่** | – |
| การใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้า | ล้านลิตร/เดือน | ไม่อยู่ในแผน | ตามความจำเป็น | ตามความจำเป็น | – |
| ราคา Spot LNG | USD/ล้านบีทียู | – | 18.80 | 18.60 | -0.20 (-1.1%) |
| อัตราแลกเปลี่ยน | บาท/USD | 33.05 | 31.27 | 32.51 | +1.24 (+4.0%) |
** ดำเนินการตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. ได้เปิดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน (www.erc.or.th) ได้ตั้งแต่วันที่ 13 – 20 กรกฎาคม 2569 ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
