ข่าว
โจรบุกปล้นร้านค้าในอาร์เจนตินา สวมรอยเป็นพนักงานคิดเงินและออกใบเสร็จให้ลูกค้า ก่อนกวาดทรัพย์สินหลบหนี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุคนร้ายบุกปล้นร้านค้าในเมืองซิโปลเล็ตติ (Cipolletti) ประเทศอาร์เจนตินา ก่อนจะสวมบทบาทเป็นพนักงานคิดเงิน สแกนสินค้า รับชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ด และออกใบเสร็จให้แก่ลูกค้าหญิงรายหนึ่งที่เดินเข้ามาซื้อของอย่างแนบเนียน แล้วจึงลงมือกวาดทรัพย์สินหลบหนีไปร่วมกับผู้ก่อเหตุอีกราย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายสวมเสื้อมีฮู้ดปิดบังใบหน้าจำนวน 2 คน เดินเข้ามาในร้านโดยแสร้งทำทีเป็นลูกค้า จากนั้นคนร้ายรายหนึ่งได้คอยดูต้นทางอยู่บริเวณทางเข้า ส่วนคนร้ายอีกรายแอบเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งมีพนักงานหญิงกำลังนับเงินรายได้ประจำวันอยู่ คนร้ายได้บังคับนำตัวพนักงานรายนี้ไปขังไว้ภายในห้องน้ำ
ในระหว่างที่กำลังก่อเหตุ ได้มีลูกค้าหญิงรายหนึ่งเดินเข้ามาในร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้า ทำให้คนร้ายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ตัดสินใจสวมรอยเป็นพนักงานขาย โดยลูกค้ารายดังกล่าวได้หยิบน้ำดื่มจากตู้แช่และสั่งซื้อบุหรี่ คนร้ายจึงนำสินค้าทั้งสองรายการมาสแกน คิดเงิน รับชำระผ่านคิวอาร์โค้ด พร้อมทั้งพิมพ์ใบเสร็จส่งมอบให้ลูกค้า โดยที่ลูกค้าหญิงคนดังกล่าวไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติแต่อย่างใด ก่อนจะจุดบุหรี่สูบแล้วเดินออกจากร้านไป
MASTERCLASS CIRUJA.
El delincuente encerró a la empleada en el baño, robó, atendió a una cliente, le cobró con QR y siguió robando.
Resolutivo el loco pic.twitter.com/24ot95uZdh— Traductor 🥹💕💐 (@TraductorTeAma) September 8, 2026
หลังจากลูกค้าหญิงเดินพ้นจากร้านไปแล้ว ผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายได้ขโมยเงินสดที่เหลือ กล่องใส่สลากล็อตเตอรี่ และโทรศัพท์มือถือของพนักงานร้าน ก่อนพากันหลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยรายงานระบุว่า ร้านค้าแห่งนี้เคยตกเป็นเป้าหมายของการชิงทรัพย์มาแล้วก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ ส่งผลให้พนักงานหญิงที่ประสบเหตุล่าสุดตัดสินใจลาออกจากงานเนื่องจากหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านเจ้าของร้านระบุถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า อย่างน้อยคนร้ายก็ยังช่วยขายของและทำให้ร้านได้เงินกลับมาบ้างเล็กน้อยผ่านการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ยังไม่มีรายงานการจับกุมผู้กระทำความผิด และอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนพร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อระบุตัวตนของคนร้ายทั้งสองรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
