ข่าว
“ยศชนัน” เผย พนส. เคาะกรอบกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก วางรากฐาน 4 มิติรับแผน PDP 2024
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ มีมติเห็นชอบกรอบนโยบายการกำกับดูแล โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) ตามมาตรฐานสากลของ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เพื่อเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานรองรับร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2024 พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 มิติหลัก ทั้งด้านกฎหมาย กำลังคน การจัดการกากกัมมันตรังสี และห่วงโซ่อุปทาน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) ครั้งที่ 2/2569 เปิดเผยว่า การประชุมร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการหารือแนวทางสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า โดยผลการประเมินโครงสร้างพื้นฐานตามแนวทาง IAEA ใน 19 ประเด็น พบว่าไทยมีความพร้อมแล้ว 10 ประเด็น อยู่ในเกณฑ์พัฒนาเพิ่มเติม 6 ประเด็น และมี 3 ประเด็นเร่งด่วน ได้แก่ การกำหนดนโยบายระดับชาติ การจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการโครงการนิวเคลียร์ (NEPIO) และการวางแผนจัดหาเงินลงทุน
ที่ประชุมจึงกำหนดแนวทางขับเคลื่อน 4 มิติ ได้แก่ ด้านกฎหมาย มอบหมายให้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) หรือ Office of Atoms for Peace (OAP) เร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ด้านการพัฒนากำลังคน มอบหมายให้กระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และกระทรวงพลังงาน จัดทำหลักสูตรและแผนพัฒนาระยะยาว ด้านการจัดการกากกัมมันตรังสี ให้ ปส. จัดทำกรอบนโยบายการจัดการกากและเชื้อเพลิงใช้แล้วตลอดวงจรชีวิต และด้านห่วงโซ่อุปทาน มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมมือกับ ปส. เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า การดำเนินงานในขณะนี้ยังไม่ใช่การตัดสินใจเลือกพื้นที่ก่อสร้างหรือระบุเทคโนโลยี แต่เป็นการเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย บุคลากร และระบบกำกับดูแลล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมไทยพัฒนาศักยภาพไปสู่การเป็นผู้สร้างมูลค่าทางเทคโนโลยี เช่น การผลิตชิ้นส่วนประกอบ ปั๊มและวาล์วสมรรถนะสูง วัสดุก่อสร้างทนรังสี การจัดการโครงข่ายไฟฟ้า และระบบแบบจำลองดิจิทัลคู่แฝด (AI Digital Twin) ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียมการด้านมาตรฐานความปลอดภัย
ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า กระทรวงพร้อมประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทาง ผลิตบุคลากรทั้งวิศวกรนิวเคลียร์ ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และนักกฎหมายเทคโนโลยี ขณะที่ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการ ปส. กล่าวว่า ปส. จะกำกับดูแลตามหลักความปลอดภัย 3S ประกอบด้วย Safety, Security และ Safeguards พร้อมพัฒนากรอบระเบียบ แผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชนอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ พนส. เพิ่มเติม 6 ราย ในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ นิติศาสตร์ และแพทยศาสตร์
