การเมือง
รัดเกล้าจี้ ทส. ปรับงบแก้สารพิษข้ามแดน ชี้ตรวจอย่างเดียวไม่หยุดต้นตอ ดันการทูตวิทยาศาสตร์คุมเหมือง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ถึงการจัดสรรงบประมาณของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือสารพิษปนเปื้อนข้ามแดนจาก เหมืองแร่หายาก ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเสนอให้ปรับลดงบประมาณภาพรวมของกระทรวงลงร้อยละ 5 เพื่อปรับโครงสร้างงบประมาณจากการตามแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไปสู่การป้องกันเชิงรุกตั้งแต่ต้นทาง
นางรัดเกล้าระบุว่า ปัจจุบันการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนักได้ขยายขอบเขตจาก แม่น้ำกก ลงสู่ แม่น้ำโขง ซึ่งมีปริมาณน้ำและความลึกมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ แต่การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังคงเน้นการตรวจวัดคุณภาพน้ำ เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม วงเงิน 83.9276 ล้านบาท ที่เน้นการจัดซื้อสถานีตรวจวัดอัตโนมัติและอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งมองว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณแบบเบี้ยหัวแตกและการบำบัดที่ปลายเหตุ เพราะการตรวจวัดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยุติการปล่อยสารเคมีจากแหล่งกำเนิดได้
ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐอื่นต้องแบกรับงบประมาณเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น การประปาส่วนภูมิภาค สังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องตั้งงบประมาณราว 2,200 ล้านบาทเพื่อย้ายแหล่งน้ำดิบ รวมถึงการใช้งบกลางประมาณ 188 ล้านบาทสำหรับการฟื้นฟูเยียวยา ในขณะที่ประชาชนกลุ่มเกษตรกรและผู้ใช้น้ำธรรมชาติโดยตรงยังคงเผชิญความเสี่ยงทางสุขภาพ โดยการพัฒนาในพื้นที่ลุ่มน้ำกกยังคงเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวมากกว่าการเฝ้าระวังมลพิษอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นางรัดเกล้าได้เสนอทางออก 3 ข้อเพื่อยกระดับการป้องกันปัญหามลพิษข้ามแดน ประกอบด้วย การใช้แนวทาง การทูตวิทยาศาสตร์ โดยนำข้อมูลตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบทันท่วงทีและแบบจำลองการกระจายตัวของสารพิษมาเป็นหลักฐานในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน การบังคับใช้มาตรฐานแนวทางปฏิบัติทางเทคนิคและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดเพื่อกำกับดูแลพื้นที่เหมืองแร่ และการบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ในการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ากำกับดูแลกระบวนการจัดการสารปนเปื้อนตั้งแต่แหล่งกำเนิด เพื่อหยุดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนในระยะยาว
