Connect with us

ข่าว

สวทช. เปิดตัวนวัตกรรมนาโนแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ชูสารเคลือบลดความร้อนอาคารและแผงโซลาร์เซลล์

Published

on

นาโนเทค สวทช. เปิดตัวนวัตกรรมนาโนเคลือบอาคารลดความร้อน 15% พร้อมน้ำยาเคลือบแผงโซลาร์เซลล์กันฝุ่น เพิ่มประสิทธิภาพผลิตไฟฟ้า รับมือวิกฤตพลังงานและอากาศร้อนจัด

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ นาโนเทค (NANOTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เร่งผลักดันนวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อรับมือสภาพอากาศร้อนจัดและวิกฤตค่าไฟฟ้า โดยนำเสนอ เทคโนโลยีเคลือบนาโน (Nanocoating) ที่ช่วยลดอุณหภูมิอาคารและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด พร้อมเปิดตัว เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ (Perovskite Solar Cells) เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่น้ำหนักเบาและยืดหยุ่น เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) เปิดเผยว่า สถาบันให้ความสำคัญกับการวิจัยที่ตอบโจทย์วิกฤตของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการใช้พลังงานพุ่งสูงขึ้น การนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาปรับใช้คือทางออกสำคัญในการสร้างทางเลือกเชิงเทคโนโลยีให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งปัจจุบันได้มุ่งเน้นการพัฒนาในกลุ่ม Water and Environment Solutions เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนและรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.พิศิษฐ์ คำหน่อแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและกระบวนการนาโน (HMNP) ระบุว่าในช่วงเดือนเมษายนที่ประเทศไทยเผชิญกับภาระค่าไฟฟ้าสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงและพฤติกรรมการใช้เครื่องปรับอากาศ นวัตกรรม สีและสารเคลือบภายนอกเพื่อลดความร้อน จะเข้ามามีบทบาทในการลดความต้องการใช้พลังงาน (Energy Demand) โดยตรง สารเคลือบนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนรังสีอาทิตย์และคายความร้อนได้ดี จากการทดสอบพบว่าสามารถลดอุณหภูมิพื้นผิวอาคารได้สูงสุด 3-4 องศาเซลเซียส และลดการใช้ไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศได้ถึง 15%

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนานวัตกรรมสำหรับระบบพลังงานหมุนเวียนอย่าง น้ำยาเคลือบผิวเซลล์แสงอาทิตย์ป้องกันการเกาะฝุ่น (Anti-Dust Nano Coating for Solar Panels) เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นบดบังแสงหรือ Soiling Effect ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลง โดยน้ำยาตัวนี้สามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 5% และสูงสุดถึง 30% ตามสภาพแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนการใช้น้ำและแรงงานในการทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ บริษัท นาโน โค๊ตติ้ง เทค จำกัด (Nano Coating Tech Co., Ltd.) ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปในเครือ สวทช. เรียบร้อยแล้ว

Advertisement

สำหรับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่าง เซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์ นั้น ดร.พิศิษฐ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “เป็นโซลาร์เซลล์ฟิล์มบางที่ใช้วัสดุน้อยกว่ารุ่นซิลิกอนเดิม มีน้ำหนักเบาและกึ่งโปร่งแสง สามารถโค้งงอได้ตามรูปทรงอาคารหรือพกพาได้สะดวก อย่างไรก็ตามยังต้องเร่งพัฒนายกระดับความเสถียรต่อความชื้นและแสงเพื่อให้ใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแพร่หลาย” โดยงานวิจัยชิ้นนี้จะเป็นฐานสำคัญสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าในอนาคต เช่น การทำ เซลล์แสงอาทิตย์แบบแทนเด็ม (Tandem Solar Cells) ร่วมกับซิลิกอนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้นอีกขั้น

ทั้งนี้ หากมีการติดตั้งนวัตกรรมสารเคลือบป้องกันฝุ่นในระดับ 20% ของกำลังการผลิตโซลาร์เซลล์รวมในไทยภายในปี 2030 คาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 700-800 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 90,000 ตันต่อปี นับเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค พลังงานสะอาด และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

Advertisement