Connect with us

ข่าว

ชวนไปดู e-Nose นวัตกรรมจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ของ นาโนเทค สวทช. ชี้เป้าต้นตอฝุ่น PM2.5 แม่นยำด้วยระบบ AI

Published

on

นาโนเทค สวทช. เปิดนวัตกรรม e-Nose จมูกอิเล็กทรอนิกส์ 100 เครื่อง ติดตั้ง 5 พื้นที่นำร่อง ใช้ AI แยกแยะแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ระบุต้นตอการเผาไหม้และโรงงานได้แม่นยำ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ นาโนเทค (NANOTEC) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช. – NSTDA) ยกระดับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศด้วยการเปิดตัวนวัตกรรม e-Nose หรือ จมูกอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 100 เครื่อง เพื่อนำไปติดตั้งในพื้นที่นำร่อง 5 โซนทั่วประเทศ เทคโนโลยีดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับและแยกแยะแหล่งกำเนิดของ ฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะ ช่วยระบุต้นตอว่าเกิดจากการเผาไหม้ทางการเกษตร โรงงานอุตสาหกรรม หรือการจราจร เพื่อสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับประเทศในการแก้ปัญหามลพิษอย่างยั่งยืน

ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) เปิดเผยว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นโจทย์ระดับชาติที่หน่วยงานให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีนโยบายหลักคือการใช้นวัตกรรมระดับนาโนเข้าไปสืบหาแหล่งต้นตอเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จากเดิมที่เทคโนโลยี e-Nose ถูกใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น การตรวจสอบคุณภาพอาหาร ในปัจจุบันได้ถูกยกระดับสู่ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มตัว เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาที่แม่นยำผ่านโครงการต้นแบบการกระจายเซนเซอร์ในพื้นที่วิกฤต

สำหรับการทำงานของนวัตกรรมนี้ ดร.รุ่งโรจน์ เมาลานนท์ ทีมวิจัยวิศวกรรมกระบวนการและระบบตรวจติดตาม นาโนเทค (NANOTEC) ให้ข้อมูลว่า e-Nose เป็นชุดเซนเซอร์อัจฉริยะที่เลียนแบบการดมกลิ่นของมนุษย์ สามารถตรวจจับสารประกอบเคมีและก๊าซที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เนื่องจากฝุ่น PM2.5 จากแต่ละแหล่งกำเนิดจะมี “ลายเซ็น” (Signature) หรือองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันชัดเจน ทำให้ระบบสามารถแยกแยะที่มาของฝุ่นได้แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน

“ระบบ e-Nose สามารถแยกแยะได้ว่าค่า PM2.5 ที่พุ่งสูงขึ้น มาจากลมที่พัดพาควันจากการเผาไหม้ไร่อ้อยในพื้นที่ข้างเคียง หรือเกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีของปุ๋ยในแปลงเกษตรเอง ความละเอียดระดับนี้ช่วยให้ภาครัฐเข้าไประงับเหตุหรือให้ความรู้เกษตรกรได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่ต้องสุ่มตรวจแบบหว่านแหเหมือนในอดีต” ดร.รุ่งโรจน์ กล่าวเสริมถึงประสิทธิภาพของระบบที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI และแบบจำลองคณิตศาสตร์เพื่อประมวลผลข้อมูลแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน

Advertisement

ในด้านการใช้งานจริง ระบบดังกล่าวจะถูกส่งลงพื้นที่นำร่อง 5 รูปแบบ ประกอบด้วย พื้นที่โล่ง, แปลงนาข้าว, ไร่ข้าวโพด, สวนผลไม้ และป่าธรรมชาติ ซึ่งได้รับเสียงสะท้อนจาก นายวิรัตน์ คำพรม จาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. – EGAT) เหมืองแม่เมาะ ว่าการใช้นวัตกรรมนี้ช่วยให้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดลำปางเป็นระบบมากขึ้น โดยใช้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มายืนยันแหล่งกำเนิดมลพิษ แทนการกล่าวโทษโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน

https://youtu.be/Fqp3BFUMOHU

ด้าน ดร.ศักดา ตรีเดช ผู้อำนวยการส่วนนวัตกรรมคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ย้ำว่าหัวใจสำคัญของการควบคุมมลพิษคือข้อมูลที่แม่นยำ (Precision Monitoring) ซึ่ง จมูกอิเล็กทรอนิกส์ (e-Nose) จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้างฐานข้อมูลให้ กรมควบคุมมลพิษ นำไปใช้จัดทำมาตรการ บังคับใช้กฎหมาย และวางกรอบนโยบายควบคุมคุณภาพอากาศให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามความคาดหวังของภาคประชาชน

ทั้งนี้ สวทช. เตรียมนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปจัดแสดงและเสวนาในงานประชุมวิชาการประจำปี NAC2026 ในหัวข้อการชี้เป้าแหล่งกำเนิดฝุ่นด้วย e-Nose วันที่ 27 เมษายน 2569 ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี โดยจะมีการหารือครอบคลุมไปถึงร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และแนวทางการขยายผลการใช้งานสู่พื้นที่เมืองใหญ่เพื่อลดผลกระทบจาก ฝุ่นละออง ในอนาคตต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement