Connect with us

การเมือง

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จี้ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หวั่นระบุตัวตนผู้ลงคะแนนขัดรัฐธรรมนูญ

Published

on

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน จี้ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หากเป็นรหัสเฉพาะที่ระบุตัวตนผู้สมัครได้ ส่อผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งชี้แจงกรณีการปรากฏของ บาร์โค้ด (Barcode) หรือ คิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งทั้งประเภทแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากรหัสดังกล่าวเป็นรหัสเฉพาะตัวที่สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังต้นขั้วบัตรได้ จะถือเป็นการละเมิดหลักการเลือกตั้งโดยลับและผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง

ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยนายวิโรจน์ระบุว่าหากรหัสที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้งเป็นรหัสชุดเดียวกันทั้งหมดเพื่อวัตถุประสงค์ในการยืนยันว่าเป็นบัตรจริง กรณีนี้ย่อมไม่เกิดปัญหาทางกฎหมาย แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็น รหัสเฉพาะ (Unique Running Code) ที่มีความแตกต่างกันในบัตรแต่ละใบ และรหัสนั้นสามารถนำไปตรวจสอบย้อนกลับเพื่อจับคู่กับต้นขั้วบัตรที่มีลายเซ็นของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ จะส่งผลให้ทราบทันทีว่าผู้ลงคะแนนคนดังกล่าวเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด

นายวิโรจน์ได้เน้นย้ำถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่า หากมีการใช้รหัสเฉพาะที่ระบุตัวตนได้จริง จะถือว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระทำผิดต่อ รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยลับ นอกจากนี้ยังอาจขัดต่อ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (พ.ร.ป. เลือกตั้ง สส.) มาตรา 96 ที่สั่งห้ามมิให้มีการทำเครื่องหมายใดๆ ลงบนบัตรเลือกตั้งที่อาจทำให้ทราบว่าเป็นบัตรของผู้ใด

“กกต. อย่าเงียบครับ เพียงแค่เอาบัตรพร้อมต้นขั้วของบัตรที่อยู่ในหีบ บัตรที่เหลือ และบัตรที่ยังไม่ได้ใช้ มาสแกนบาร์โค้ดให้สื่อมวลชนดู แค่นี้ก็รู้แล้วครับว่า กกต. ทำผิดกฎหมายหรือไม่” นายวิโรจน์ระบุในโพสต์ส่วนตัวเพื่อเรียกร้องความโปร่งใสจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งย้ำว่ากระบวนการพิสูจน์ความจริงทำได้ง่ายมาก เพียงแค่การสุ่มตรวจรหัสต่อหน้าสาธารณชนเพื่อยืนยันว่ารหัสนั้นซ้ำกันหรือเป็นรหัสเฉพาะตัวกันแน่

Advertisement
Continue Reading
Advertisement