Connect with us

ข่าว

Xiaomi (เสียวหมี่) ไตรมาส 3/68 กำไรพุ่ง 80.9% ทำสถิติสูงสุด รายได้ทะลุแสนล้านหยวนต่อเนื่อง ธุรกิจ EV ทำกำไรจากการดำเนินงานเป็นบวกครั้งแรก

Published

on

เสียวหมี่เผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ประจำปี 2567 แสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีหลัก พร้อมเน้นย้ำความสำเร็จด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี การลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และการรีไซเคิล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – Xiaomi คอร์เปอเรชัน (เสียวหมี่) หรือ Xiaomi (Stock Code: 1810) ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2568 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2568) โดยมี กำไรสุทธิที่ปรับแล้ว พุ่งสูงถึง 11.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 80.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ขณะที่ รายรับรวม อยู่ที่ 1.131 แสนล้านหยวน นับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่รายรับทะลุ 1 แสนล้านหยวน จุดที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) ของ เสียวหมี่ สร้าง รายรับจากการดำเนินงานเป็นบวก ได้เป็นครั้งแรก สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้กลยุทธ์ “Human x Car x Home”

การเติบโตของ เสียวหมี่ ในไตรมาสนี้มาจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก โดย รายรับรวม เพิ่มขึ้น 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และรายรับรวมในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 3.404 แสนล้านหยวน ซึ่งใกล้เคียงกับยอดรวมของทั้งปีที่แล้ว ในขณะที่ กำไรสุทธิที่ปรับแล้ว สามไตรมาสแรกอยู่ที่ 32.8 พันล้านหยวน สูงกว่ายอดรวมของปีที่แล้วทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มบริษัท

กลุ่มธุรกิจที่สร้างผลงานโดดเด่นที่สุดในไตรมาส 3 คือ รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV) และ AI รวมถึงโครงการริเริ่มใหม่ ๆ ซึ่งมี รายรับ รวม 29.0 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นกว่า 199% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จครั้งสำคัญ คือกลุ่มธุรกิจนี้มี รายรับจากการดำเนินงานเป็นบวก ที่ 0.7 พันล้านหยวน เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต โดยมียอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรายไตรมาสทะลุ 100,000 คัน (108,796 คัน) และมีการขยายศูนย์การขายกว่า 402 แห่งใน 119 เมืองทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568

ด้าน ธุรกิจสมาร์ทโฟน ยังคงมีผลประกอบการที่มั่นคงด้วย รายรับ 46.0 พันล้านหยวน และมียอดจัดส่งทั่วโลก 43.3 ล้านเครื่อง เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน เสียวหมี่ ยังคงรักษาตำแหน่ง 1 ใน 3 ของแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วโลก ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 21 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดโลกที่ 13.6% และครองอันดับ 2 ในจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนี้ กลยุทธ์สินค้าพรีเมียม (premiumization) ของ เสียวหมี่ ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมอย่าง Xiaomi 17 Series ที่เปิดตัวในเดือนกันยายน มียอดขายในเดือนแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

Advertisement

สำหรับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และ ไลฟ์สไตล์ มี รายรับ 27.6 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 23.9% จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม AIoT ของ เสียวหมี่ (ไม่รวมสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแล็ปท็อป) เพิ่มขึ้นเป็น 1,035.5 ล้านเครื่อง และในเดือนตุลาคมปีนี้ เสียวหมี่ ได้เริ่มดำเนินการ โรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้านแห่งแรก อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่ครบวงจร

ในส่วนของ บริการอินเทอร์เน็ต ก็ทำ รายรับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ 9.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมียอดผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกเกิน 740 ล้านคน และรายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 19.1% นอกจากนี้ เสียวหมี่ ยังคงเดินหน้าลงทุนในด้าน การวิจัยและพัฒนา โดยมีค่าใช้จ่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 9.1 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 52.1% ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญ อาทิ Xiaomi HyperOS 3 ระบบปฏิบัติการใหม่ และการสร้างความก้าวหน้าในด้านโมเดลขนาดใหญ่ของ AI เช่น Xiaomi-MiMo-Audio ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของบริษัท

Continue Reading
Advertisement