Connect with us

การศึกษา

อว.-ศธ. จับมือปรับใหญ่ 3 วิชาหลัก “‘ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ยึดหลักสูตรฐานสมรรถนะ ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลก

Published

on

กระทรวง อว. และ ศธ. แถลงแนวทางปรับปรุงหลักสูตรการศึกษา ยกระดับวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย สู่หลักสูตรฐานสมรรถนะ ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลก

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. และกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. ประกาศทิศทางความร่วมมือในการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอนใน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย โดยเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ดั้งเดิมไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Curriculum) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระเบียบวินัยและการเติบโตเป็นพลเมืองโลกที่สมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างเนื้อหาให้ลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ใช่การลดทอนความสำคัญของวิชาเหล่านี้แต่อย่างใด

ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า สมรรถนะที่แท้จริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทักษะอาชีพ แต่คือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ การปรับปรุงวิชาประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จะเปลี่ยนผ่านจากการท่องจำสู่การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ เพื่อให้เยาวชนเข้าใจพัฒนาการของชาติและบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในฐานะเรื่องราวที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วม

“ทุกประเทศที่มีระบบการศึกษาเข้มแข็ง ล้วนสอนให้เด็กรู้จักรากเหง้าของตนเอง รู้ว่าตนเป็นใคร มาจากไหน และมีหน้าที่อะไรต่อสังคม รัฐบาลเชื่อมั่นว่า พลเมืองที่เข้าใจที่มาของประเทศ คือพลเมืองที่พร้อมมีส่วนร่วมสร้างชาติ” ศาสตราจารย์ยศชนัน กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนของวิชาหน้าที่พลเมืองจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ไทย พร้อมทั้งออกแบบกิจกรรมที่ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม การเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา และการมีจิตอาสา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันในเวทีโลกท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

Advertisement

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า กระทรวงฯ มีกรอบการขับเคลื่อนแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนรายวิชาที่มุ่งเน้นเนื้อหาทันสมัยและวิเคราะห์เชิงลึก ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่เน้นการฝึกวินัยกับจิตสาธารณะ และส่วนกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ครอบคลุมความรักชาติ ซื่อสัตย์ มีวินัย และความเป็นไทย โดยจะส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการเทคโนโลยี สื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ากับแหล่งเรียนรู้ดั้งเดิม เช่น พิพิธภัณฑ์และพื้นที่ในชุมชน พร้อมเปิดกว้างให้ครูมีอิสระในการเลือกสื่อที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนมากที่สุด

สำหรับวิชาภาษาไทย นายประเสริฐ เน้นย้ำว่าการรักษาภาษาแม่คือการรักษาตัวตน โดยยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่มีหน่วยงานระดับชาติกำกับดูแลมาตรฐานภาษา ควบคู่ไปกับการผลักดันสู่เวทีโลก นอกจากนี้ งานวิจัยด้านประสาทวิทยาทั่วโลกยังยืนยันว่า เยาวชนที่มีทักษะภาษาแม่แข็งแกร่ง จะสามารถเรียนรู้ภาษาที่สองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การส่งเสริมภาษาไทยจึงไม่ใช่การแย่งพื้นที่ภาษาอังกฤษ แต่เป็นการสร้างฐานรากที่มั่นคง ทั้งยังได้หารือร่วมกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติเพื่อร่วมกันดูแลทักษะภาษาไทยแก่นักเรียนไทยในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติที่ยังขาดทักษะด้านนี้ โดยไม่ให้กระทบต่อจุดเด่นและหลักสูตรของแต่ละสถานศึกษา

ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการได้สื่อสารแนวทางทั้งหมดไปยังสถานศึกษาทุกสังกัด ภายใต้กรอบ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรแกนกลางฯ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป โดยในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้ จะมีการประชุมอนุกรรมการยกร่าง พ.ร.บ. การศึกษาครั้งแรก โดยมีศาสตราจารย์ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานคณะอนุกรรมการ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญในด้านการศึกษาเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement