ข่าว
สิริพงศ์ สั่ง รฟม. เร่งแก้ไขปมรถชัตเทิลบัสวิ่งทับเส้นทางรถสองแถว ยันไร้ปัญหามาเฟียคุม
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงคมนาคม สั่งเร่งแก้ไขปัญากรณี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. (MRTA) เปิดทดลองวิ่งรถบริการ MRTA SHUTTLE BUS ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง แล้วเกิดการวิ่งทับซ้อนกับเส้นทางของรถสองแถวเดิมจนเกิดการประท้วงปิดล้อม โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการที่ยังไม่ครบถ้วนตามกฎหมายขนส่ง แต่เชื่อมั่นว่าจะสามารถหาข้อยุติได้ภายใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากลักษณะของรถและรูปแบบการให้บริการมีความแตกต่างกัน ซึ่งจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้โดยสาร
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้ประกอบการรถสองแถวรวมตัวปิดล้อมเพื่อเจรจาร้องเรียนจากการที่ รฟม. นำรถชัตเทิลบัส (Shuttle Bus) มาวิ่งทับเส้นทางว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แม้ว่าการจัดให้มีรถฟีดเดอร์เพื่อบริการประชาชนจะเป็นสิ่งที่ดี แต่การดำเนินงานเมื่อวานนี้ยังไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากโดยปกติแล้ว รถโดยสารสาธารณะที่วิ่งให้บริการและมีการเก็บค่าโดยสาร จะต้องมีการขออนุญาตกำหนดสายทางอย่างถูกต้อง เพื่อตรวจสอบไม่ให้เกิดการวิ่งทับซ้อนกับผู้ประกอบการรายเดิมที่ได้รับอนุญาตอยู่ก่อนแล้ว
จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า รถบริการของ รฟม. มีการวิ่งทับซ้อนเส้นทางของผู้ให้บริการรถสองแถวเดิมทั้งหมด 4 สายทาง ซึ่งขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำลังเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาและจัดการจัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยมองว่าสถานการณ์จะสามารถคลี่คลายลงได้ด้วยดี เนื่องจากรถทั้งสองประเภทมีลักษณะการให้บริการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพียงแต่ต้องปรับปรุงการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อบังคับทางกฎหมายอย่างครบถ้วน
เมื่อสื่อมวลชนซักถามถึงความกังวลของผู้สังคมว่า พฤติกรรมของกลุ่มผู้ประกอบการเดิมที่ออกมารวมตัวกันไม่ให้เดินรถนั้น จะเข้าข่ายลักษณะของกลุ่มอิทธิพลหรือมาเฟียหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมีหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแล หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข หน่วยงานนั้นอาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งการจัดระเบียบนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
สำหรับความคืบหน้าในการเจรจาหาทางออกร่วมกัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปและคำตอบที่ชัดเจนภายในหนึ่งถึงสองวันนี้ โดยเมื่อวานนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแนวทางการพิจารณาจะมุ่งเน้นไปที่การให้ผู้โดยสารมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากรถที่นำมาวิ่งเป็นรถคนละลักษณะ โดยฝั่งหนึ่งเป็นรถสองแถวทั่วไป แต่อีกฝั่งเป็นรถชัตเทิลบัสปรับอากาศ ซึ่งมีรูปแบบการให้บริการรวมถึงอัตราค่าบริการที่แตกต่างกัน
