ข่าว
สกมช. ผนึก พาโล อัลโต้ฯ ขับเคลื่อนหนุน Cloud First Policy ช่วยรัฐเปลี่ยนสู่คลาวด์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ลงนามบันทึกความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในการสร้าง Cloud First Policy Framework และเพื่อช่วยหน่วยงานภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านระบบการทำงานไปสู่ระบบคลาวด์
ปัจจุบันการนำคลาวด์มาใช้งานกำลังเติบโตขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย จากการคาดการณ์ล่าสุดของการ์ตเนอร์ อิงค์ คาดว่าการใช้จ่ายด้านบริการคลาวด์สาธารณะจะเพิ่มขึ้น 20.4% แตะที่ 675.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 561 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566
ในไทย มีการคาดการณ์กันว่าองค์กรต่างๆ จะใช้จ่ายมากกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 63,000 ล้านบาท สำหรับบริการคลาวด์สาธารณะในปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้น 30.1% จากปีก่อน และปัจจุบันภาครัฐกำลังจัดทำกรอบนโยบาย Cloud First เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐให้บริการบนระบบคลาวด์อันเป็นวาระแห่งชาติ
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ระบุว่า การร่วมมือการครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือนับตั้งแต่ก่อตั้ง สกมช. โดยความร่วมมือกันครั้งนี้ต้องการนำความรู้ที่ได้ไปแบ่งปันกับหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ให้เป็นไปตามนโยบาย Cloud First Policy ซึ่งแทบจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในอดีต ต่างคนต่างดูแลศูนย์เก็บข้อมูลของตนเอง ซึ่งนับเป็นความท้าทายทั้งเรื่องงบประมาณและบุคลากร
“ดังนั้นในอนาคตรัฐบาลจึงต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ ให้หันมาใช้คลาวด์มากขึ้น ภายในปีงบประมาณ 2569 บนความพื้นฐานปลอดภัยไซเบอร์”
- อ่าน : สกมช. จับมือ Google Cloud ยกระดับความมั่นคงไซเบอร์ไทย รับมือภัยคุกคาม AI
- อ่าน : สกมช. ผนึกกำลัง คมนาคม ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ภาคขนส่ง Sectoral CERT
ทั้งนี้การจะก้าวไปสู่นโยบาย Cloud First Policy ได้ จะต้องอาศัยการกำหนดมาตรฐาน พร้อมการสำรวจและแนะนำหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถทำตามขั้นตอนการไปสู่การใช้งานคลาวด์ได้ ซึ่งความร่วมมือกันครั้งนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับเอกชนและภาครัฐในการไปคุยกับผู้บริหารองค์กรให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า องค์กรขาดสิ่งใด และต้องเพิ่มสิ่งใดจริง ๆ
นอกจากนี้ความร่วมมือกันระหว่าง สกมช. กับ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ คือการสร้างการให้ความรุ็กับบุคลากรที่มีให้สามารถทำงานในยุคที่หน่วยงานต่าง ๆ ขาดแคลนคนในการบำรุงรักษาระบบด้านไอทีให้ทันต่อโลกและดูแล-จัดเก็บข้อมูลของประชาชนให้ปลอดภัย
ความร่วมมือกันระหว่าง สกมช. กับ พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ มีอะไรบ้าง ?
- การดำเนินการและการปฎิบัติการตามกรอบความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ (National Cloud Security Framework)
- การจัดการดำเนินการประเมินระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เป็นไปตามหลักการคุ้มครองความเป้นส่วนตัวและการปฎิบัติตามข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย
- ร่วมกันจัดการฝึกอบรมให้กับบุคลากร เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มความรู้ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
- เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
“เบื้องต้นความร่วมมือเร่งด่วนในช่วง 3-5 เดือนแรก คือ การให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หน่วยงานต่าง ๆ มีแผนกำลังจะเริ่มสร้างและเริ่มฝึก ที่ต้องใส่เรื่องความปลอดภัยตั้งแต่ต้นก่อนที่จะสูญเสียงบประมาณภาครัฐและสูญเสียเวลาในการฝึกใหม่ หากไม่มีรากฐานความปลอดภัยที่ถูกต้องตั้งแต่แรกและจะออกเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนา AI ในเดือนสิงหาคมนี้” พลอากาศตรี อมร กล่าวเสริม
สำหรับนโยบาย Cloud First Policy ปัจจุบันอยู่ในขั้นต่อนของ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.) หรือ (DGA) กำลังสำรวจหน่วยงานต่าง ๆ และศึกษาผลดีของคลาวด์แต่ละยี่ห้อ ส่วนหน่วยงานลำดับแรก ๆ ที่ สกมช. จะเข้าไปให้ความรู้และประเมินหลักความปลอดภัย จะเน้นไปยังหน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและหน่วยงานที่มีข้อมูลลับจำนวนมากให้เกิดการจัดลำดับความลับเพื่อนำไปจัดสรรบนคลาวด์ แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงที่ส่งผลต่อชีวิตและความมั่นคงจะยังคงสามารถใช้คลาวด์ส่วนตัว (Private Cloud) ได้อยู่
พลอากาศตรี อมร กล่าวเสริมว่า เรื่องของคลาวด์มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมายที่ต้องนำมาพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการติดต่อผู้ให้บริการคลาวด์ เพราะหากไม่ได้ซื้อระบบสนับสนุนเพิ่ม ผู้ใช้จะต้องรอคิวตามอีเมล์ ซึ่งเรื่องของความปลอดภัยนั้นรอไม่ได้ ซึ่งส่วนนี้เองภาครัฐก็ได้นำข้อกำหนดที่มีในต่างประเทศมาใช้เพื่อกำหนดนโยบาย Cloud First Policy ให้เป็นจริงได้
นายปิยะ จิตต์นิมิตร ผู้จัดการประจำประเทศไทย พาโล อัลโต้ เน็ตเวิร์กส์ ระบุว่า ปัญหาที่สำคัญที่เกิดขึ้นคือทั้งเรื่องความเข้าใจและปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่ลาออกไป ดังนั้น การร่วมมือกันครั้งนี้ นอกจากจะการสร้างบุคลากรใหม่ ๆ ให้สามารถทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงได้แล้ว ยังมีแผนที่จะทำการประเมิณหน่วยงานต่าง ๆ ให้พร้อมต่อการก้าวไปสู่การใช้คลาวด์
