ข่าว
สกมช. ยกผลงานเด่น 5 ปี พร้อมชูวิสัยทัศน์ Quantum-Ready 2030 ยกระดับเอไอ-ไซเบอร์ความปลอดภัยเชิงรุก เร่งดันหน่วยงานรัฐล็อกอินแบบหลายขั้นตอน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. จัดงานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานครบรอบ 5 ปี พร้อมประกาศทิศทางการขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศในระยะต่อไป โดยมุ่งยกระดับประเทศไทยจากการตั้งรับภัยคุกคามไซเบอร์ ไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุกเพื่อรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต ชูวิสัยทัศน์ Quantum-Ready 2030 และการยกระดับความปลอดภัยระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Security มุ่งสร้างพื้นที่ไซเบอร์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สกมช. ได้ขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลก หรือ Global Cybersecurity Index 2024 อยู่ในอันดับที่ 7 จาก 194 ประเทศทั่วโลก โดยอยู่ในกลุ่ม T1 – Role Modelling
นอกจากนี้ยังได้ยกระดับความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ผ่านการผลักดัน DNSSEC Validation จากเดิม 8% เพิ่มขึ้นเป็น 44.86% ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของอาเซียน พร้อมพัฒนากำลังคนผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ ซึ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายสะสมมากกว่า 1.95 ล้านคน

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป สกมช. เตรียมผลักดันนโยบายสำคัญเพื่อรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ คลาวด์ และการประมวลผลควอนตัม รวมถึงลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลของบัญชีผู้ใช้งาน โดยเตรียมเสนอมาตรการการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย หรือ Multi-Factor Authentication (MFA) และการใช้ดิจิทัลไอเดนทิตี (Digital Identity) เช่น ThaID ซึ่งเชื่อว่าจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยจะมีบทเฉพาะกาลให้หน่วยงานที่มีความเสี่ยงสูงเร่งดำเนินการทันที พร้อมกันนี้ยังมุ่งส่งเสริมแพลตฟอร์มความปลอดภัยไซเบอร์ของไทย เพื่อเป็นทางเลือกในราคาที่เหมาะสมให้กับหน่วยงานขนาดเล็ก ที่เผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณจากการใช้บริการของบริษัทต่างประเทศ
นอกจากนี้ สกมช. ได้ขับเคลื่อนแนวทาง AI เพื่อการปกป้อง และการปกป้อง AI หรือ AI for Security and Security for AI มุ่งเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ป้องกันภัยไซเบอร์ และปกป้องระบบไม่ให้ถูกโจมตีหรือบิดเบือน โดยขับเคลื่อนผ่านการพัฒนาคน กระบวนการมาตรฐาน และการสร้างเทคโนโลยีระบบนิเวศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนทั่วไป ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการบรรจุหลักสูตรความปลอดภัยไซเบอร์ในการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สกร. หรือเดิมคือ กศน.) แล้ว

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการเตรียมความพร้อมระบบสารสนเทศเพื่อเข้าสู่ยุคควอนตัมภายในปี 2573 ภายใต้นโยบาย Quantum-Ready 2030 เพื่อให้หน่วยงานรัฐและเอกชนเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานการเข้ารหัสลับยุคหลังควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การสำรวจและเปลี่ยนผ่านระบบรหัสลับ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาบุคลากร และการกำหนดธรรมาภิบาล รวมถึงการเตรียมบังคับใช้มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระบบคลาวด์ในวันที่ 10 กันยายน 2569 และมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ (Website Security Standard: WSS 1.0) ในวันที่ 17 กันยายน 2569

พลอากาศตรี อมร กล่าวทิ้งท้ายว่า “สกมช. จะยังคงเร่งขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จากการตั้งรับไปสู่การเตรียมพร้อมเชิงรุก และเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี สกมช. ขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนทุกภาคส่วน ที่ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงได้รับความร่วมมืออันดียิ่งจากทุกท่านเช่นนี้ต่อไป เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตไซเบอร์ไทยให้มั่นคง ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ สมดังเจตนารมณ์ของ NCSA 5 for Future และเป้าหมายการสร้าง Safe, Secure and Trusted Cyberspace สำหรับประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
