ข่าว
แผ่นดินไหวเขย่าการสื่อสาร! ยอด Voice & Data พุ่ง 5 เท่า คนไทยแห่โทร-แชทเช็กความปลอดภัย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 ส่งผลให้พฤติกรรมการสื่อสารของผู้ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการใช้งานโทรศัพท์ (Voice Call) และข้อมูล (Data) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 5 นาทีหลังเกิดเหตุการณ์
ข้อมูลจากทรู (True) และดีแทค (dtac) เผยให้เห็นว่า ปริมาณการโทรออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของวันก่อนหน้า โดยเครือข่ายดีแทคมีการใช้งานโทรออกสูงสุดถึง 17.23 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 545% ส่วนเครือข่ายทรูมีการใช้งาน 8.89 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 465% การโทรส่วนใหญ่เป็นการโทรภายในเครือข่ายเดียวกัน และโทรข้ามเครือข่ายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของครอบครัวและเพื่อนฝูง
พฤติกรรมการใช้งานเครือข่ายในช่วงฉุกเฉิน
จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อมูลการใช้งานบนเครือข่ายทรูและดีแทคสะท้อนภาพชัดเจนถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานในช่วงเวลาฉุกเฉิน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
การใช้งานเสียง (Voice Usage)
- ช่วงเวลา 13:30 – 13:45 น. เป็นช่วงที่ปริมาณการโทรบนเครือข่ายทรูและดีแทคเพิ่มขึ้นสูงที่สุด
เครือข่ายทรู
- ปริมาณการโทรออกเพิ่มขึ้นสูงสุด 465% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของวันที่ 27 มีนาคม 2568 (จาก 1.57 ล้านครั้ง เป็น 8.89 ล้านครั้ง)
- จุดที่การโทรออกพุ่งขึ้นสูงสุดอยู่ที่เวลา 13:33 น. โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 299,000 ครั้ง หรือคิดเป็น 672% จากค่าปกติในช่วงเวลาดังกล่าว
เครือข่ายดีแทค
- ปริมาณการโทรออกเพิ่มขึ้นสูงสุด 545% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของวันที่ 27 มีนาคม 2568 (จาก 2.67 ล้านครั้ง เป็น 17.23 ล้านครั้ง)
- จุดที่การโทรออกสูงที่สุดคือเวลา 13:32 น. เพิ่มขึ้น 300,000 ครั้ง หรือคิดเป็น 1,061% จากค่าปกติ
- การโทรภายในเครือข่ายเดียวกัน เพิ่มขึ้น 65% ขณะที่การโทรข้ามเครือข่าย เพิ่มขึ้น 121%
- ปริมาณการโทรออกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในชั่วโมงแรก แม้จะลดลงในช่วงเวลาต่อมา แต่ยังคงสูงกว่าปกติจนถึงเวลาเที่ยงคืน
ปริมาณการโทรออกเทียบเป็นรายภาค ในช่วงการโทรสูงสุด
เครือข่ายทรู จุดที่มีการโทรออกสูงที่สุดคือเวลา 13:33 น. โดยเรียงลำดับจากภาคที่มีการเพิ่มขึ้นมากที่สุด ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร +1,171%
- ภาคตะวันตก +618%
- ภาคใต้ +455%
- ภาคตะวันออก +426%
- ภาคกลาง +285%
- ภาคเหนือ +112%
- ภาคอีสานตอนบน +82%
เครือข่ายดีแทค จุดที่มีการโทรออกสูงที่สุดคือเวลา 13:32 น. โดยเรียงลำดับจากภาคที่มีการเพิ่มขึ้นมากที่สุด ดังนี้
- กรุงเทพมหานคร +1,983%
- ภาคตะวันตก +1,054%
- ภาคกลาง +822%
- ภาคเหนือ +541%
- ภาคตะวันออก +269%
- ภาคใต้ +229%
- ภาคอีสานตอนบน +103%
จากข้อมูลข้างต้น อาจสรุปได้ว่าในภาวะฉุกเฉิน ผู้ใช้งานมีแนวโน้มเลือกใช้ “การโทร” (Voice Call) เป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร โดยปริมาณการโทรออกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงบทบาทของการสื่อสารด้วยเสียงในภาวะฉุกเฉิน เพื่อยืนยันความปลอดภัยระหว่างบุคคลอย่างทันท่วงที
การใช้งานดาต้า (Data Usage)
- พบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้งานดาต้าอย่างชัดเจนในช่วงเวลา 13:15 – 14:15 น. โดยช่วงเวลา 13:15–13:30 น. ปริมาณการใช้ดาต้าบนทั้งสองเครือข่ายลดลง สะท้อนการหยุดชะงักชั่วขณะจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
- จากนั้นตั้งแต่ 14:00 – 19:00 น. การใช้งานดาต้ากลับมาสูงขึ้น มากกว่าค่าปกติ อย่างต่อเนื่อง
- ปริมาณการใช้งานดาต้าของทรู เพิ่มขึ้นประมาณ 917 เทราไบต์ (9%)
- ปริมาณการใช้งานดาต้าของดีแทค เพิ่มขึ้นประมาณ 653 เทราไบต์ (13%)
พฤติกรรมการใช้งาน 7 แอปพลิเคชันยอดนิยมในช่วงเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ในด้านการใช้งานข้อมูล ผู้คนหันมาใช้แอปพลิเคชันสื่อสารอย่าง ไลน์ (LINE), เอ็กซ์ (X) หรือทวิตเตอร์ (Twitter) และเมสเซนเจอร์ (Messenger) มากขึ้น เพื่อติดต่อสื่อสารและรับข้อมูลข่าวสาร โดยแอปพลิเคชันวิดีโออย่าง ยูทูบ (YouTube) และติ๊กต็อก (TikTok) มีการใช้งานลดลง สะท้อนให้เห็นว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้คนให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบทันทีและการตรวจสอบสถานการณ์มากกว่าการรับชมวิดีโอ
เมื่อพิจารณาการใช้งานของ 7 แอปยอดนิยม (Facebook, Messenger, Instagram, TikTok, YouTube, LINE, X) ในช่วงเวลา 13:15–14:15 น. พบว่าทั้ง ทรู และ ดีแทค มีแนวโน้มคล้ายกัน คือ:
- แอปสื่อสาร เช่น Twitter, LINE, Messenger มีการใช้งานเพิ่มขึ้นมากที่สุด
- แอปวิดีโอ เช่น YouTube และ TikTok มีการใช้งานลดลงหรือเพิ่มเพียงเล็กน้อย
สะท้อนว่าในภาวะฉุกเฉิน ผู้ใช้งานมุ่งไปที่การสื่อสารแบบทันที และการตรวจสอบสถานการณ์
เครือข่าย True
- ใช้ดาต้าเพิ่มขึ้น 469,118 MB (+16%) จุดพีคของการใช้แอปคือเวลา 16:33 น.
- X +199%
- LINE +74%
- Messenger +41%
- Facebook +35%
- YouTube -7.8%
- TikTok -0.9%
เครือข่ายดีแทค
- ใช้ดาต้าเพิ่มขึ้น 290,063 MB (+17%) จุดพีคของการใช้แอปเกิดขึ้นที่ 13:25 น. ทันทีหลังรับรู้เหตุการณ์
- Twitter (X) +162%
- LINE +90%
- Messenger +77%
- Facebook +33%
- YouTube -6%
- TikTok +0.6%
พื้นที่ที่มีการใช้งานโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันตก โดยกรุงเทพมหานครมีการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 1,983% สำหรับเครือข่ายดีแทค และ 1,171% สำหรับเครือข่ายทรู แสดงให้เห็นว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ได้จัดตั้ง “วอร์รูม” ที่ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) เพื่อดูแลและบริหารจัดการเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เทคโนโลยี AI เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาสำคัญ
