Connect with us

บทสัมภาษณ์ศิลปินไอดอล

สัมภาษณ์ “แอมโกะ Aliszt” ฉันจะส่งพลังความสุขเหมือนไอดอลที่ฉันชื่นชอบให้ได้เลย

Published

on

ในที่สุดทีมงานก็ได้คิวสัมภาษณ์สมาชิกใหม่วง “Aliszt” วงไอดอลเอเนอร์จี้พลังเหลือ ที่ล่าสุดก็ได้มีการเปิดตัวสมาชิกใหม่อีก 1 คนที่เรียกว่าทำเอาแฟนๆ เซอร์ไพร์สเลยทีเดียว เนื่องจากว่า เธอเพิ่งประกาศจบการศึกษาจากวงเก่าไม่นาน และมาเปิดตัวกับวงใหม่รวมทั้งฝึกซ้อมเพียง 1 เดือนเท่านั้น กับ “แอมโกะ” Aliszt สาวน้อยกับรอยยิ้มอันสดใส สมาชิกสีชมพู ที่มาพร้อมกับความมั่นใจที่มากยิ่งขึ้น เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการให้เธอแนะนำตัวเองให้เราได้รู้จักอีกครั้งก่อนที่จะเข้าสู่การสัมภาษณ์และทราบว่าเธอเองก็มีชื่อญี่ปุ่นด้วย

น้องแอมโกะแนะนำตัวและทักทายกับผู้อ่านหน่อยค่ะ
แอมโกะ : สวัสดีค่ะ “แอมโกะ” – วรินทร ชยุตาพงษ์ หรือชื่อญี่ปุ่น “ซาโต้ อากินะ” ค่ะ ตอนนี้เป็นไอดอล อยู่วง “Aliszt” สีชมพู ค่ะ หลายคนอาจสงสัยทำไมแอมถึงมีชื่อญี่ปุ่นด้วยคือ แอมเกิดที่ประเทศไทย แล้วช่วงปีที่แอมเกิดเป็นช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง คุณยายแอมที่อยู่ญี่ปุ่นมา 10 กว่าปีเลยให้ครอบครัวแอมไปช่วยงานที่ญี่ปุ่นค่ะ ก็เลยบินไปทั้งครอบครัวเลย ทำให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาแรกของแอมเลยค่ะ แล้วคุณแม่ก็ตั้งชื่อให้ใหม่เพื่อให้คนญี่ปุ่นเรียกเราได้ง่ายขึ้น เราเกิดเดือนตุลาคม เป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็เลยชื่ออากินะนั่นเอง ซาโต้ นามสกุลคุณตา (แฟนใหม่คุณยาย) ต่อมาครอบครัวก็ได้ย้ายกลับมาอยู่ไทยค่ะ ก็เลยทำให้ลืมภาษาญี่ปุ่น ทำให้จำได้แค่คำง่ายๆ ประโยคสั้นๆทั่วไป (แอมโกะผู้ได้ทีละภาษา)

จุดเริ่มต้นของการมาเป็นไอดอล
แอมโกะ : แอมต้องขอเล่าย้อนกลับไปเกือบ 4 ปี ได้เลยค่ะ ตอนนั้นก็ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยน่าจะช่วงปี 3 ค่ะก็มีหลายคนทักมาชวนทำไอดอล แต่ตอนนั้นแอมมีเป้าหมายอยากทำงานพิเศษเก็บเงินไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ ซึ่งแอมมีญาติอยู่ทางนู้นอยู่แล้ว เลยปฏิเสธไป จนประมาณกลางปี 2019 ได้มีโอกาสเจอรุ่นพี่ ซึ่งรุ่นพี่คนนี้ทักมาชวนเข้าวงก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง รุ่นพี่บอกว่าได้เรียนร้องเรียนเต้นเรียนการแสดงฟรี ถ้าไม่ชอบก็สามารถออกได้ ช่วงนั้นอินกับการพัฒนาตัวเองและพึ่งพาตัวเอง ก็เลยอยากลองดู แต่ค่อนข้างต่างจากสิ่งที่คิดมาก เพราะเราไม่เคยรู้จักวัฒนธรรมแบบนี้มาก่อน แต่รู้สึกสนใจและชอบบรรยากาศมากๆ ทำให้ติดใจและเปลี่ยนเป้าหมายในชีวิตใหม่ ช่วงนั้นก็แอบไปศึกษาดูงานไอดอลบ้างค่ะ ทั้งวงไอดอลไทยและวงไอดอลญี่ปุ่น รู้สึกว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆค่ะ มันมีเสน่ห์แบบบอกไม่ถูก ซึ่งถ้านับการเป็นไอดอลในตอนนี้ก็เกือบจะ 3 ปีแล้วค่ะ

Advertisement

หลังจากที่หมดสัญญาแล้ว คิดว่าพอเลยไหมกับวงการไอดอล เพราะอยู่วงการนี้มา 3 ปีแล้ว
แอมโกะ : ยอมรับว่าแอมเองก็ใจหายค่ะ เพราะเหมือนการเป็นไอดอล คือ ชีวิตของเราไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาแอมเองก็ทำทุกอย่างเต็มที่ค่ะ หลายคนที่ติดตามแอมมาแต่แรกๆจะเห็นว่าแอมก็พัฒนาตัวเองเรื่อยๆค่ะ และไม่เคยหมดแพชชั่นกับตัวเองเลย หาไรทำพัฒนาตัวเองตลอดค่ะ ทั้งงานด้านไอดอล และงานด้านอื่นๆค่ะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแอมได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย ได้รู้ ได้เห็น จนเรารู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งถ้าตอนนั้นถามว่าพอหมดสัญญาแล้วพอเลยไหมวงการไอดอล เรียกว่าถ้ามีโอกาสที่เราชอบและสนใจเราก็จะคว้าไว้ค่ะ เพราะแอมอยากพัฒนาตัวเองและเรียนรู้ไปเรื่อยๆค่ะ

เรามีมุมมองวงการไอดอลสายญี่ปุ่นในไทย ว่าเป็นอย่างไร
แอมโกะ : ต้องบอกว่ามุมมองวงไอดอลในรูปแบบญี่ปุ่นในไทย แอมว่า วงการไอดอลสายญี่ปุ่นในไทยเพิ่งจะกลับมาบูมจริงๆค่ะ เมื่อช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาค่ะ จะเห็นได้ว่ามีวงไอดอลเกิดขึ้นใหม่มากมายเลยค่ะ ทั้งเป็นที่รู้จักและไม่เป็นที่รุ้จัก ซึ่งแอมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีนะคะ เห็นการเติบโตของวงการนี้ ทำให้วงการมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาค่ะ วงที่มีจุดเด่นและชัดเจนก็จะเป็นที่รู้จักได้ง่ายและถูกพูดถึง ซึ่งเพลงก็มีส่วนให้คนเข้ามาติดตามวงค่ะ แต่สุดท้ายแล้ววงการไอดอลสายญี่ปุ่นในไทยก็ยังเป็นเฉพาะกลุ่มอยู่ดีค่ะ

เสน่ห์ของการเป็น “ไอดอล” สายญี่ปุ่น คือยังไง
แอมโกะ : ในส่วนของตัวบุคคลที่ถูกว่า “ไอดอล” แอมมองว่ามันเป็นอะไรที่เป็นเสน่ห์มากๆค่ะ มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ต่อกันได้ด้วย แม้คนที่ถูกเรียกว่าไอดอลเองก็อาจไม่ได้เก่งหรือแบบต้นแบบที่ดีมากนักก็ตาม อย่างตัวแอมเอง ก็เคยเจอข้อความแฟนคลับคนนึงพิมพ์บอกเราว่า “จากที่แอมเต้นไม่เป็น วันนี้เต้นได้ ขอบคุณที่ทำให้เขากล้าออกจากเซฟโซนตัวเอง“ แอมว่ามันเป็นแรงผลักดันทำให้แอมรู้สึกต้องคอยพัฒนาตัวเองและทำให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานค่ะ พอเราฝึกฝนได้อย่างมั่นใจ เราก็จะสามารถส่งต่อพลังให้กับคนอื่นได้และอาจจะเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆให้กับหลายๆคนที่เราอาจไม่รู้จักก็ได้ค่ะ

เวลาอยู่บนเวทีเห็นมีคนดูมาเชียร์มาคอยยิงมิกซ์ไปกับเพลงของเรา แอมรู้สึกยังไงบ้าง
แอมโกะ : แอมมองว่า แฟนคลับเนี่ยละเป็นการเยียวยาและเพิ่มกำลังใจให้กับตัวไอดอลมากๆเลยค่ะ ถึงแม้การฝึกซ้อมหรือปัญหาต่างๆในชีวิตเป็นอะไรที่เหนื่อยมาก แต่พอมีคนดูซัพพอร์ตเรา มาเชียร์เรา เราก็จะรู้สึกว่ามีคนเห็นถึงความพยายามเรานะ เขาอยากให้เราทำต่อไป เราก็จะมีแรงที่จะทำต่อไปจริงๆ ให้เขาเห็นการพัฒนาของเราให้คุ้มกับการที่เขาเข้ามาสนับสนุนเราค่ะ

Advertisement

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาแอมคิดว่าตัวเองบรรลุเป้าหมายในการของการเป็นไอดอลหรือยัง
แอมโกะ : เคยมีบทสัมภาษณ์นึงถามว่า เป้าหมายที่จะทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จคืออะไร ตอนนั้นหนูอายกับคำตอบตัวเองเพราะในหัวคิดแค่อยากเรียนร้อง เต้น การแสดงแค่นั้น ถามเพื่อน เพื่อนบอกอยากมีคอนเสิร์ต เราก็ตอบเหมือนเพื่อน เพราะคิดว่าเป็นเป้าหมายวงแหละ แต่พอได้อยู่ตรงนี้มานานก็เริ่มเข้าใจว่า จริงๆเราไม่ได้ต้องการอะไรใหญ่โตเลย แอมต้องการแค่ความสุขและคนที่อยู่กับแอมมีความสุขแค่นั้น ถึงจะเป็นประโยคที่ดูธรรมดา แต่เป้าหมายการเป็นไอดอลของแอมก็มีแค่นี้จริงๆ และตอนนี้แอมก็รักชีวิตแอมตอนนี้ที่สุด เพราะแอมดีใจมากที่ได้ผ่านประสบการณ์มากมาย จนวันนี้แอมสามารถหลุดจากภาวะซึมเศร้าที่สะสมมานาน 2 ปีได้ ถือว่าประสบความสำเร็จในการเป็นไอดอลระดับนึงแล้วแหละ

ช่วงที่รู้สึกแย่ๆ ในช่วงเป็นไอดอลเป็นอย่างไรบ้าง
แอมโกะ : ในช่วงนึงของการเป็นไอดอล แอมโดนคนประหม่าว่าเราไม่สามารถขายได้แล้ว เพราะแอมอ้วนและหน้าสิว ยอมรับเลยว่ามีความรู้สึกท้อใจบ้าง โดยตอนนั้นก็พยายามจัดการดูแลตัวเองเหมือนกันค่ะ แต่สภาพภาวะกดดันและจิตใจอะไรหลายๆอย่างทำให้แอมหายจากโซเชียลไปเกือบ 1 ปีค่ะ ซึ่งแน่นอนค่ะแฟนคลับตามแอมน้อยลงซึ่งตรงนี้แอมก็เข้าใจค่ะ แต่แอมก็คงยังเข้าร่วมกิจกรรมของวงตลอด จนถึงสเตจสุดท้ายค่ะ

อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าอยากกลับมาลองเปนไอดอลอีกซักครั้ง
แอมโกะ : มีอยู่วันนึงแอมได้มีโอกาสดูวง “Festive” ซึ่งเป็นวงไอดอลญี่ปุ่นแสดงสดค่ะ แอมรู้สึกว่าบนเวทีทุกคนมีพลังมากๆ โดยเฉพาะ “ฮินาตะ” สมาชิกสีชมพูดูมีความสุขกับเวทีมาก หนูพูดกับฮินาตะในใจเลยว่า ถ้ามีโอกาสได้กลับมาเป็นไอดอลอีก จะทำให้เวทีมีแต่ความสุขแบบฮินาตะให้ได้ แต่แอมเองก็ไม่รู้จะมีโอกาสนั้นอีกไหม

มาร่วมงานกับวงไอดอล Aliszt ได้ยังไง
แอมโกะ : พอเราหมดสัญญาจากที่เก่า ก็มีรุ่นพี่ที่สนิทมาถามเราว่า ยังอยากเป็นไอดอลอยู่ไหม พอรุ่นพี่บอกเป็นวง “Aliszt” ฝากถามมา เราตอบกลับไปด้วยความไวสูงว่าสนใจมากๆ เพราะเคยดูโชว์จากวงนี้หลายครั้งค่ะจากการได้ร่วมงานเดียวกันและรู้สึกว่าเป็นวงที่ดูเอนเนอร์จี้เยอะดี ซึ่งตอนนั้นได้ลองไปซ้อมกับเพื่อนๆเมมเบอร์วง Aliszt ลองไปเรียนกับคุณครู ดูก่อนค่ะแล้วค่อยตัดสินใจอีกที ซึ่งแอมรู้สึกชอบมากก็เลยตกลงร่วมงานด้วย จนกลายมาเป็น “แอมโกะ aliszt” สีชมพูนั่นเอง

Advertisement

อะไรทำให้แอมตัดสินใจเข้าร่วมงานกับวง Aliszt
แอมโกะ : พออยู่วงการนี้ แอมก็คอยดูการเติบโตของหลายๆวงด้วยเหมือนกัน เราเคยคิดในใจว่าวงนี้จะสามารถจ้างครูมาสอนเด็กได้ตลอดหรอ มีโอกาสยากๆมากๆเลย จากที่เคยเห็นมา แต่สุดท้ายวงนี้สามารถทำให้แอมรู้สึกว่าเป็นวงที่มีระบบการจัดการภายในที่ดีมากๆ และเห็นการพัฒนาของตัวเมมเบอร์วง จนเคยเผลอคิดว่า ถ้าเราได้มีโอกาสเต้นกับวง Aliszt ก็คงดีนะ และวันนั้นก็มาถึง บอกตรงๆแอมตกใจมากๆที่วง Aliszt สนใจเรา ใจก็คือเทไปเกือบร้อยแล้ว พอลองไปซ้อมกับเพื่อนๆ ก็คือเอาใจไปเกินร้อยเลย รู้สึกดีใจที่ได้รับโอกาสตรงนี้จริงๆ อยากสู้ไปด้วยกันค่ะ

วันแรกเข้าไปเป็นอย่างไรบ้าง
แอมโกะ : ช่วงแรกๆเราจะเหมือนมาสังเกตการณ์ก่อนค่ะ ว่าใครเป็นยังไงบ้าง เพราะเรียกว่าเป็นเด็กใหม่ของวงเลย ถึงแม้จะอยู่วงการมานานก็ตาม แล้วเราก็ค่อยๆลดกำแพงลงมาเรื่อยๆ จนรู้สึกสบายใจก็เริ่มเม้ามอยกันมากขึ้น แต่ที่ค่อนข้างจะปรับตัวมากๆเลยก็คือ การซ้อมที่หนักขึ้นมากๆ ปกติเดิมทีวงนี้จะซ้อมหนักอยู่แล้ว แอมมาใหม่แอมก็มาซ้อมก่อนเพื่อน 3-4 ชั่วโมง แล้วก็มาซ้อมกับเพื่อนต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากกับเรามาก เพราะถ้าเต้นไม่ได้ก็ต้องวนอยู่แบบนั้นจนกว่าจะเต้นได้ บวกกับร่างกายเราที่ยังไม่แข็งแรงพอสำหรับวงนี้ ก็ต้องพยายามออกกำลังกายให้มากขึ้น เพื่อให้มีแรงในการเต้นเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการซ้อมที่โหดแต่สนุกมากๆ หนูชอบความจริงจังและตั้งใจแบบนี้

กลัวดราม่าไหมว่าทิ้งวงเดิม
แอมโกะ : หลังจากที่จบสัญญา พอแอมรู้ว่าจะไปลองซ้อมกับวงใหม่ แอมก็ได้บอกเพื่อนๆเมมเบอร์วงเก่า รวมถึง official วงเก่า ว่าแอมจะมาเริ่มใหม่กับวง Aliszt นะ เราอยู่ด้วยกันมานานมากๆ ทุกคนรู้ว่าแอมชอบอะไร ทุกคนก็ยินดีกับแอมมาก แอมดีใจที่เพื่อนๆพี่ๆทุกคนเข้าใจและสนับสนุนหนูเต็มที่ขนาดนี้ ส่วนแฟนคลับก็จะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งแอมก็เคารพความคิดเห็นของทุกคน แต่แอมเลือกมาเส้นทางนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ต่างจากเดิมเลยคือ แอมเต็มที่มากๆ อยากให้ทุกคนให้กำลังใจแอมต่อไปกับเส้นทางนี้ด้วยน้าา

วันเปิดตัววันแรกในชื่อ แอมโกะ Aliszt รู้สึกไงบ้าง
แอมโกะ : ตอนแรกตื่นเต้นมาก หัวใจเหมือนจะกระเด็นออกมา แต่พอได้เห็นเพื่อนๆน้องๆวงเก่า รวมถึงครอบครัวมาเชียร์ข้างเวทีแล้ว เรารู้สึกแบบซึ้งอะ ทุกคนคือให้กำลังใจแบบสุดๆ มายืนดูเราแสดง ประทับใจมิตรภาพตรงนี้มากๆ เพราะมันเป็นอะไรที่ไวมากๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะเปิดตัวเร็วขนาดนี้ เพราะระยะเวลาได้เกือบ 1 เดือนพอก่อนจะขึ้นเวทีเพื่อนๆในวงกลัวเราเครียด เพราะตอนแรกเราเข้าใจว่าขึ้นเพลงเดียว สรุปรู้ก่อนวันงาน 2 วันว่าขึ้น 3 เพลง แต่เพื่อนๆก็ให้กำลังใจกัน บอกให้เราสนุกให้เต็มที่ก็พอ ไม่ต้องกลัวว่าจะผิด เราก็นึกถึงวันนั้นที่ได้พูดกับฮินาตะในใจว่าจะทำเวทีให้มีความสุขให้ได้ ก็ทำได้เกินคาดที่ตั้งใจจริงๆ

กระแสผลตอบรับวันเปิดตัววันแรกเป็นอย่างไรบ้าง
แอมโกะ : หลังจากลงเวทีมา แฟนคลับเก่าและแฟนคลับวง aliszt มาบอกในเลนเชกิ (กิจกรรมถ่ายภาพ) ว่า เราดูมีความสุขมากๆเลย โชว์มีพลังมากๆ เหมือนอยู่กับวงนี้มานานแล้ว ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูหนูมากๆค่ะ แอมอยากบอกทุกคนว่า แอมซ้อมได้ไม่ถึง 1 เดือนจริงๆ แต่แอมดีใจมากๆที่ทุกคนได้เห็นความพยายามของแอม ทำให้แอมรู้สึกว่า นี่แหละคือความสำเร็จของการเป็นไอดอลของแอมที่แท้จริง ตัวแอมก็จะพัฒนาต่อไปให้สมกับโอกาสที่ได้รับมา

Advertisement

สุดท้ายนี้หนูอยากจะบอกทุกคนว่านอกจากการกลับมาครั้งนี้จะกลายเป็นสาวผมยาวผูกผมทวินเทลแล้ว ก็จะมากับความสวย ความฮา ความสนุก ความแปลก และความสุขที่มากกว่าเดิมแน่นอน ยังไงก็ต้องฝากวง Aliszt ด้วยนะคะ เพราะ Aliszt ไม่เคยปกติธรรมดาเหมือนคนอื่นเขา รอติดตามได้เลยทุกคน และแน่นอนต้องขอบคุณทุกคนที่ยังเชื่อมั่นในตัวแอมและยังคงอยู่ข้างๆแอมแบบนี้ แอมอุ่นใจทุกครั้งที่หันมาแล้วยังมีคนคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ แอมจะทำให้ทุกวันมีแต่ความสุข ถ้าใครมีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็มาหาแอมได้เสมอนะ แอมพร้อมรับฟัง และเม้ามอย เย้ ใครยังไม่รู้จักหรือยังไม่เคยพูดคุยกับแอม อย่าปิดกั้นโอกาสที่จะได้มาทำความรู้จักนะ ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนอีกครั้งนะคะ และขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนใหม่ด้วยน้าา และก็อยากให้ทุกคนไปฟังเพลงของวง Aliszt กันด้วยนะคะ โดยตอนนี้ก็ได้มีการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้ฟังแล้วกับเพลง “Yokozuna” สามารถฟังได้แล้วทุกช่องทาง และก็ขอฝากเพลงอื่นๆไว้ด้วยนะคะ แอมเองก็จะสู้ไปกับทุกๆคนค่ะ

บทสัมภาษณ์ : ad.Brickinfo
ขอขอบคุณ : แอมโกะ Aliszt (https://www.facebook.com/amko.aliszt)

Advertisement
Continue Reading
Advertisement